คิดถึงพี่ไว คนดี

ป้ายกำกับ:

53 ไว คงทวี
จิตมนุษย์สุดยากแท้หยั่งถึง      อย่าคำนึงเลยพี่ณีที่จิตคน
ทำเต็มที่แล้วเราเลยขอบ่น      เลือดมันข้นใจมันขุ่นฉุนเปล่าเปล่า
จิตเราเรารู้อยู่ที่ไหน               จิตของใครใครก็รู้อยู่ที่เขา
จิตไม่อยู่ไม่รู้จักเจ้ากับเรา        จิตคงเข้าคงออกนอกลู่ทาง
เรามาพบกันวันนี้ดีนักหนา      เราไม่น่านัดกันเลยมันจืดจาง
เราว่างนายไม่ว่างไม่สับราง    เราจะห่างจะเหินและเดินจากไป
วันนี้ (12มิถุนายน 2555)  เปิดเฟชบุ๊ค เจอร้อยกรอง พี่ไว คงทวี แล้วใจหาย โดยเฉพาะท่อนี้        
"เราจะห่างจะเหินและเดินจากไป " สะท้อนความรู้สึกรักและผูกพัน เพื่อนๆ สจว 110 พี่ไว ตอนเรียนรับผิดชอบเป็นเหรัญญิกของรุ่น  แม้ตอนจบแล้วก็ได้ข่าวว่า ยังทำหน้าที่ต่อไป โดยส่วนตัวพี่ไวชอบแต่งบทกลอน ตอนเลี้ยงรุ่นวันจบ แต่งกลอนให้พวกเราครบทุกคน
การรวมกลุ่ม นั้นทำได้หลายรูปแบบ แต่สิ่งสำคัญคือเมื่อรวมกลุ่มแล้วได้อะไร ได้เงิน ได้ความรัก ได้ความสนุกสนาน ได้อะไรอีกหลายหลายอย่างแล้วแต่มุมมองของแต่ละคน จะเลือกสิ่งใด ขณะเดียวกันกลุ่มก็ต้องแสดงเจตนาของกลุ่มชัดเจนว่าเรารวมกลุ่มเพื่อสิ่งใด  กลุ่มนั้นทรงพลังยึดเหนี่ยวกันด้วยประโยชน์ของกลุ่ม และสมาชิกกลุ่ม 
สำหรับสจว 110 เรารวมกลุ่มด้วยความรักความผูกพัน เหมือนพี่น้อง ดังนั้นเราต้องมีความรัก ความจริงใจ มาร้อย มาผูกพันกันให้ได้ เวลาที่ผ่านมา สจว110 ไม่ได้เรียน หรือเข้ามาเรียน เพื่อประโยชน์ส่วนตน แต่เรามาอยู่ร่วมกันเพื่อทำงาน เพื่อเป็นต้นแบบความคิดดีดี ส่งผ่านกลับสู่องค์กรของเพื่อนๆแต่ละท่าน  ผู้เขียนเห็นว่างานที่พวกเราได้รับมอบหมาย ในตอนเรียนนั้นเป็นเรื่องง่ายๆทั้งนั้น แต่เมือ่มาปฏิบัติด้วยความคิดหลากกลาย ทำให้เป็นเรื่องยาก  สิ่งสำคัญสุดคือความรัก ความผูกพัน ความเคารพ  การให้เกียตริซึ่งกันและกัน การทำใจให้ยอมรับความคิดของผู้อื่น ทำให้เราได้โลกกว้างอีกรูปแบบหนึ่งมา และสุดท้ายคือความเมตตา การให้อภัยซึ่งกันและกัน
back3
ผู้เขียนตั้งใจจะปิด เวบบล็อกสจว 110 ด้วยเห็นว่าไม่ได้ update ข้อมูล แต่มาเจอเรื่องราวความดีของพี่ไว ความมีน้ำใจต่อเพื่อนฝูง เตรียมอาหารสุรา ปลาปิ้งไว้ต้อนรับเพื่อนทุกคน แต่เพื่อนติดงานมาน้อย หรือ การสื่อสารใดก็ตามทำให้ไม่ได้รับการตอบรับจากเพื่อนสจว 110  ผู้เขียนขอเป็นตัวแทนรุ่นทุกคน กล่าวคำขอบคุณและขอโทษพี่ไว และขอให้พี่ไวตั้งใจทำสิ่งดีดีเพื่อสจว110 ต่อไป

รำลึกถึง..วันเข้าค่ายลูกเสือ พี่น้องสจว 110

ป้ายกำกับ:

วันนี้(17 พ.ค 2555) ทราบข่าวเพื่อน สจว110          รวมตัวจะไปดูแลน้อง สจว 111 ที่ค่ายลูกเสือเพชรัตน์ ซึ่งครั้งนั้นเราเคยสนุกสนาน ตื่นเต้นกับการเข้าค่ายลูกเสือมาแล้ว การฝึกชีวิตกลางแจ้ง การฝึกทำอาหารด้วยตนเอง การเล่นรอบกองไฟ รุ่นพี่ 109 มาร่วมต้อนรับดูแลน้องน้อง สจว  ผู้เขียนจำได้ว่า ได้บันทึกวันแห่งความทรงจำนั้นไว้ ขอบคุณสำหรับเพื่อนๆทุกคนที่จะไปดูแลน้องสจว 111ที่ค่ายเพชรรัตน์ สระบุรี ในวันนี้

คิดถึง.........วันเข้าค่ายลูกเสือ





วันแรก.......ของการฝึกลูกเสือ

วันที่ 5

 

วันที่สอง.......ของการฝึกลูกเสือ
วันที่ 6


วันที่สาม.......ของการฝึกลูกเสือ
วันที่ 7

 

วันสุดท้าย.......ของการฝึกลูกเสือ

วันที่ 8

วันเกิดของนักศึกษา สจว 110

ป้ายกำกับ:

405222_154992167950312_100003185903278_214550_1763926099_n

เป็นประเพณี ของนักศึกษาสจว 110 เมื่อถึงวันเกิดของเพื่อนคนใดในชั้นเรียน เพื่อนๆจะจัดเตรียมของขวัญไว้ให้ ในท้ายชั่วโมงเรียน จะมีเพื่อน หนึ่งคนเป็นพิธีกร โดยมีคณาจารย์และท่านผู้อำนวยการสถาบันนั่งเป็นเกียตริบริเวณหน้าเวที เพื่อนซึ่งเป็นพิธีกร จะกล่าวนำและบอกให้เพื่อนทั้งห้องทราบว่าวันนี้เป็นวันเกิดของใคร และเชิญเพื่อนเจ้าของวันเกิดออกมาด้านหน้า เชิญผู้อำนวยการสถาบันมอบของขวัญจากสถาบัน เพื่อนเพื่อนยึนขึ้นร่วมกันร้องเพลงวันเกิด ให้สุขสันต์วันเกิดวันนี้ เป็นเพลงประจำของสจว จากนั้นเชิญเพื่อนซึ่งอาวุโสกว่า กล่าวคำอวยพร และมอบของขวัญของรุ่น และให้เพื่อนกล่าวความรู้สึก เพื่อนที่เกิดวันนั้นส่วนใหญ่ทราบซึ้ง มักจะกล่าวว่า ไม่เคยมีวันเกิดซึ่งได้รับคำอวยพรและแสดงความยินดี จากเพื่อนหลายหลายคนแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต เป็นประเพณีที่น่าจดจำ สร้างความจดจำให้กับนักศึกษาได้เป็นอย่างดี



สำหรับวันนี้ (11พ.ค ) เมื่อเรียนจบแล้ว ทราบข่าวว่าเป็นวันคล้ายเกิดพีแก๋ง นาวาอากาศเอกเพ็ญนภา เทพหัสดิน คงไม่มีการอวยพรหน้าห้อง แต่ยังมีห้องของสจว 110 ให้อวยพรได้จากหน้านี้ พี่แก๋งเป็นพี่ที่แสนดีของน้องและเพื่อนทุกคน ตัวเล็ก แต่ทุกงานที่มีการทำงานพี่แก๋งไม่เคยพลาด ให้ความร่วมมือต่อส่วนรวมด้วยดีตลอดมา ทุกงานที่พี่แก็งทำบอกได้ว่ามืออาชีพ เรียบร้อย
   
ขอให้พี่แก๋งมีความสุขมากมาก สุขภาพร่างกายแข็งแรง ประสพความสำเร็จในอาชีพการงาน และเป็นที่รักของน้องและเพื่อนๆทุกคนคะ

สิ่งดีดียากที่จะลืมเลือน

อำลาอาลัย สจว 110

ป้ายกำกับ:

สังขละ2
วันที่ 26 เมษายน 2555  วันสุดท้ายสำหรับการศึกษาหลักสูตรจิตวิทยาฝ่ายอำนวยการ เพื่อนข้าราชการแต่งชุดขาวสวยงามทุกคน วันนี้เรามีพิธีปัจฉิมนิเทศ และรับประกาศนียบัตร ทุกคนดีใจ ในขณะเดียวกันก็ใจหาย ที่พวกเราต้องจากกันแยกย้ายกันไปสู่หน้าที่หลักของแต่ละท่าน รู้สึกเสียดายบรรยากาศเก่าที่นั่งเรียนหนังสือร่วมกันทุกเช้า
สังขละ5
ท่านผู้อำนวยการสถาบันจิตวิทยาความมั่นคง พลตรีปานศิริ มีผล กล่าวให้โอวาท พร้อมทั้งชื่นชมในความสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจของเพื่อนๆสจว 110 ทุกท่าน ที่มีความรักสามัคคี ฟันฝ่าอุปสรรค ทำให้งานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จ นอกจากนั้นได้มอบภาระหน้าที่ให้กับพวกเราในการช่วยกันปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และช่วยกันปฏิบัติการจิตวิทยาเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องให้กับหน่วยงานที่เราเกี่ยวข้อง จากนั้นรับประกาศนียบัตร
4 เดือนที่ร่ำเรียนกันมา ทั้งลูกศิษย์ทั้งอาจาร์ย มีหลายความรู้สึก ความไม่ชอบ ความชอบ ความคิดเห็นต่าง ความหลากหลายในวิธีคิดอันติดกายามาแต่กำเนิด ได้เห็นได้รู้ ในวิธีการต่างๆ เรียกว่ามีทุกรส เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม  แต่แล้วเหนือสิ่งอื่นใด ความรัก ความสามัคคี ก็นำพาสู่ความให้อภัย ซึ่งกันและกัน พลังเมตตา เหนือกว่าสิ่งใดในหล้า สจว 110 จึงประสพในทุกเรื่อง
สังขละ6
วันนี้ขอคาระวะ น้อมความเคารพ สู่อาจาร์ยทุกท่าน ที่ให้การดูแลพวกเราอย่างสม่ำเสมอ อดทน อดกลั้นรับอารมณ์ พวกเราได้อย่างดีเยี่ยม ถึงแม้บางท่านมิได้เป็นผู้ถ่ายทอดวิชาความรู้โดยตรง แต่ก็เป็นอาจาร์ยผู้ชี้แนะการแก้ปัญหา การดูแลใจของพวกเราให้มั่นคง เรียกสติของพวกเรา
ผอ
โดยเฉพาะท่านผู้อำนวยการสถาบันจิตวิทยาความมั่นคง ท่านพลตรีปานศิริ มีผล อาจาร์ญใหญ่ของ สจว110 ผู้มีความคิดเฉียบแหลมในทุกเรื่อง สามารถนำพาพวกเราเข้าสู่ความสำเร็จได้อย่างยิ่งใหญ่  ท่านเป็นผู้นำที่ทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ และรบได้ชนะด้วยสติปัญญา ความนิ่ง การวางแผน ความเมตตาของท่านทำให้สจว 110 สำเร็จในทุกเรื่อง
สำหรับสถาบันจิตวิทยาแห่งนี้ สำหรับผู้เขียนแล้วมันคือการฝึกความอดทนของจิตใจ การฟันฝ่าอุปสรรคด้วยเป้าหมายร่วมกัน การให้อภัย การทนผู้อื่นกล่าววิพากษ์ด้วยใจสงบ การต่อสู้ที่จะต้องนำเสนอความคิดเห็นให้ผู้อื่นยอมรับ การเสียสละและมุ่งมั่น จนถึงฝึกความนิ่ง ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุขอย่างไร  การฝึกคนของสถาบันแห่งนี้ เสมือนการฝึกรบให้ชนะจิตใจตนเองก่อน จึงจะชนะจิตใจผู้อื่น

งานวิจัย สจว 110

ป้ายกำกับ:



รูปแบบการร่วมมือพัฒนาข้ามแดนไทย-พม่า มุ่งสู่ประชาคมอาเซียน โดยใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเครื่องมือ(สังขละบุรีโมเดล)
ขั้นตอนการวิจัย
ขั้นตอนการวิจัย กพ55 มี.ค55 เมษ55
ขั้นตอนที่ 1. ระยะก่อนทำวิจัย (Pre-Research Phase)เป็นขั้นตอนการเตรียม  ชุมชน เพื่อให้ชุมชนมีความพร้อมในการเข้ามามีส่วนร่วมในการวิจัย
1.1 การสร้างสัมพันธภาพกับชุมชน
1.2 การสำรวจและศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของชุมชน เพื่อค้นหาปัญหา
1.3 การคัดเลือกชุมชน ที่ต้องการสำรวจและกำหนดปัญหาที่ต้องแก้ไข
1.4 การเข้าสู่ชุมชน เริ่มดำเนินการสร้างความสัมพันธ์ด้วยการเตรียมรณรงค์ปฏิบัติการจิตวิทยาในเบื้องต้น
1.5 การเตรียมคนและเตรียมเครือข่ายให้เกิดความพร้อมในการลงมือดำเนินงานวิจัย เพื่อทำการสำรวจข้อมูล ศึกษาแนวทางและวิธีการในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อกำหนดหัวชื่อเรื่อง
ขั้นตอนที่ 2. การวางแผนออกแบบการวิจัย (Planning Phase)
2.1 ศึกษาเอกสารทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
2.2 เลือกการออกแบบการวิจัย
2.3 สร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
2.4 กำหนดกระบวนการในการเก็บรวมรวมข้อมูล
2.5 กำหนดกระบวนการในการวิเคราะห์ข้อมูล
2.6 กำหนดสถิติที่ใช้ในการวิจัย
2.7 เตรียมแผนการปฏิบัติการจิตวิทยา เพื่อรณรงค์สื่อสารความรู้ ที่คณะผู้วิจัยจะสร้างความรู้ที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนความร่วมมือการพัฒนาข้ามแดนไทย-พม่า
ขั้นตอนที่ 3 ดำเนินการวิจัย (Research Phase)
3.1การศึกษาชุมชน ศึกษาปัญหาและความต้องการของชุมชนทั้งไทย-พม่าควบคู่ไปกับการให้ความรู้แก่ชุมชน ด้วยการลงพื้นที่สำรวจข้อมูลด้วยแบบสอบถาม
3.2การวิเคราะห์ปัญหาของชุมชน ด้วยการจัดทำโฟกัสกลุ่ม
3.3จัดตั้งคณะทำงานยกร่างรูปแบบการร่วมมือพัฒนาข้ามแดนไทย-พม่า (สังขละบุรีโมเดล)
3.4 ประชุมให้ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการร่างรูปแบบการร่วมมือพัฒนาข้ามแดนไทย-พม่า (สังขละบุรีโมเดล)
3.5วิเคราะห์ความต้องการของชาวไทย – พม่า
3.6 วิเคราะห์สภาพปัญหา
3.7วิเคราะห์สิ่งแวดล้อมภายในและภายนอก
3.8 สัมมนาเชิงปฏิบัติการ สร้างกลยุทธ์ จับคู่กลยุทธ์การร่วมมือพัฒนาข้ามแดน
3.9 สัมมนาเชิงปฏิบัติการ กำหนดวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ กลยุทธ์ของการร่วมมือพัฒนาข้ามแดนไทย-พม่า (สังขละบุรีโมเดล)
3.10 ดำเนินการปฎิบัติการจิตวิทยา เพื่อสื่อสารความรู้ประชาคมอาเซียนและแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่คณะผู้วิจัยจะสร้างความรู้เพื่อสนับสนุนรูปแบบการร่วมมือการพัฒนาข้ามแดนไทย-พม่า (สังขละบุรีโมเดล)
3.11 สัมมนาเชิงปฏิบัติการ ยกร่างรูปแบบรูปแบบการร่วมมือพัฒนาข้ามแดนไทย-พม่า (สังขละบุรีโมเดล) ใน 3 มุมมอง สังคมและว้ฒนธรรม ,เศรษฐกิจ,ความมั่นคง
3.12 วิเคราะห์คุณค่าของรูปแบบความร่วมมือพัฒนาข้ามแดนไทย-พม่า (สังขละบุรีโมเดล) ใน 3 มุมมอง สังคมและว้ฒนธรรม ,เศรษฐกิจ,ความมั่นคง
3.13 ทำการตรวจสอบความเป็นไปได้ของรูปแบบความร่วมมือพัฒนาข้ามแดนไทย-พม่า (สังขละบุรีโมเดล)
ขั้นตอนที่ 4 เสนอผลงานวิจัย (Present Phase)
4.1 สรุปผลการดำเนินงาน
4.2 เขียนรายงาน
4.3 นำเสนอผลงานวิจัย (แถลงผลงานวิจัย)
4.5 จัดทำงานวิจัยฉบับสมบูรณ์

มาเลเซีย วันที่ สอง ของสจว110

ป้ายกำกับ:

22
พวกเราถึงมาเลเซีย ก็น่าจะเย็นแล้ว ระหว่างทางบ้านเมืองของมาเลเซียก็เป็นป่าเขาเหมือนของเรา แต่ของมาเลเซียบังคับและควบคุมความเร็วที่ 80-90กิโลเมตรต่อชั่วโมง  นั่งรถไปก็มีอาการเซ็งไป บ้างเล็กน้อย ฝนก็ตกพรำพรำ นึกถึงเมืองระนองจับใจ เห็นเฟรินใบมะขามก็เหมือนพื้นที่ปักษ์ใต้ของเรา  เรามีโอกาสได้แวะเมืองมะละกา สวยงามมาก เพราะสไตร์บ้านเรือนเป็นโปรเตกิส เหมือนระนอง นั้งรถสามล้อชมเมืองก็เพลิดเพลินดี ขากลับก็เดินกลับมาที่เดิม เพราะรถบัสที่ไปรับโดนตำรวจไล่
23
ถึงกัวลาลัมเปอร์ อาหารค่ำพอดี เข้าที่พัก ระหว่างทางก็ชะโงกทัวร์ดูปิโตนัส ตึกแฝดสูงของมาเลเซีย และกลับเข้าที่พัก เหนื่อยมาก ไม่ออกไปไหนชะโงกทัวร์ดูบ้านเมืองของมาเลเซียทางหน้าต่าง
ตื่นเช้ารีบตื่นมารับประทานอาหารเช้า  แล้วต้องรีบไปสถานทูตไทยเพื่อฟังคำบรรยาย ถึงสถานทูตฟังคำบรรยายดีมาก แต่ผู้พูดดูจะมีอารมณ์เล็กน้อยตอนเล่าเรื่องโดนทุบรถเอากระเป๋าสตางค์ เพราะไปแจ้งความแล้วไม่ได้รับการติดตามดูแล พวกเราก็ฟังแล้วก็รู้สึกไม่ค่อยดี จากนั้นพวกเราก็ได้ไปถ่ายรูปอีกครั้งที่ตึกแฝด ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยว (โดยการยัดเยียดของไกด์) เพราะคิดไม่ออกว่าน่าสนใจตรงไหน และวิวสวยอย่างไร หรือถ้าใครไปเที่ยวแล้วต้องถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกก็ไม่รู้ได้

24 21

    อาหารเที่ยงนำเสนอ หมูย่างเจนกิสข่าน กะทะใหญ่ ก็อร่อยดี แต่สงสัยเป็นร้านเด็กเด็กเยอะมาก  กินอิ่มก็เดินลงมา เจอเรื่องเศร้าอีกเรื่อง อาจาร์ยหน่อยของเราโดนกระชากกระเป๋าตังค์
   ไหนไหนก็ไหน วิจาร์ณอาจาร์ยหน่อยของเราซะเลย รูปหล่อพอประมาณ ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเคร่งครัดสมชายชาติทหาร บางครั้งจะรู้สึกอักเสบอยู่บ้าง แต่ตะกอนใจใสสะอาด รุ่งเช้าก็มาทำหน้าที่ต่อไปด้วยสติปัญญาและไหวพริบ พร้อมสมาธิที่มีตลอดเวลาที่อาจาร์ยหน่อยเดินเข้าในห้องนักศึกษาประมาณว่า อาจาร์ยผู้คุ้มกฎนักศึกษา แต่ดูสายตาไม่มีแววกังวล สั่งตามคำสั่งทุกคนต้องปฏิบัติตาม อยากรู้จังเกิดปีอะไร เป็นปีชงของปีนี้หรือเปล่า ถ้ามะโรงละแน่แล้ว
  น้ำไหลไปแล้วไม่ไหลทวน ชีวิตเราไม่มีหวน ไม่กลับทวนเหมือนเก่า ทำนายได้ว่า ไอ้ขโมยมันคงไม่คืนของให้เราแล้ว แต่สิ่งที่ได้กลับมาเต็มเหนี่ยวคือประสพการณ์ต่างแดนที่หาไม่ได้อีกแล้ว และอย่างไรก็ตามพวกเรานักศึกษาสจว 110 ยังเอาใจช่วยอาจาร์ยเสมอ และรักอาจาร์ยมากขึ้น

คืนนี้ไปนอนที่ยะโฮบารู

มาเลเซีย - สิงค์โปร์ เมืองที่สจว 110 ต้องจดจำมิรู้ลืม

ป้ายกำกับ:

พวกเราเริ่มออกเดินทาง วันที่ 11 มีนาคม 2555  ขึ้นรถไฟจากหัวลำโพง เดินทางเข้าสู่หาดใหญ่ เพื่อนหลายคนประทับใจมาก ในการนั้งรถไฟ เพราะครั้งนี้ได้ตู้นอน แบบตู้รัฐมนตรีสัญจร  ร้องเพลงตลอดคืน
15
ถึงหาดใหญ่ตอนสายสาย เดินทางไปบำเพ็ญประโยชน์ เลี้ยงอาหารเด็กกำพร้า โดยการเตรียมสถานที่ของเพื่อนที่เดินทางมาก่อนล่วงหน้า จัดหาของเตรียมให้น้องน้องครบ และได้ตามที่น้องน้องต้องการ ทุกคนดูอิ่มเอมใจ ที่ได้ทำบุญกุศลในครั้งนี้  ด้วยการจัดหาของรองปุ๋ม เพื่อนคนเก่งน้ำใจงามของเรา จากนั้นเดินทางเข้าที่พัก โรงแรม เซ็นทาร่า
13
ถึงเวลาอาหารเย็นพวกเรา จัดโดยเชลล์  เลี้ยงอาหารเย็น ที่ห้องอาหารญี่ปุ่น อาหารอร่อยดนตรีไพเราะ คืนนี้เพื่อนที่ไม่เคยขึ้นเวทีร้องเพลงได้ร้องหมดทุกคน สนุกสนานกันพอประมาณ หลังจากนั้นพักผ่อน เพื่อเตรยมตัวเดินทางไปมาเลเซียในวันพรุ่งนี้
13 มีนาคม 2555 พวกเรารึบตื่นแต่เช้า เพื่อลงมาทานอาหารเช้าก่อนออกเดินทาง ผู้เขียนลงมาสาย เดินไปเจออาร์ท (พันเอกนิวัตฺ  ) นั่งทานกับพี่กำพล ก็ขอเข้าไปร่วมวงด้วย ทักทายอาร์ตหายไปไหน พี่ไม่เจอเลย พี่กำพลตอบแทนไม่สบาย อืมมองหน้าแล้วก็คิดเหมือนกันว่าน้องเขาไม่สบาย แต่อาร์ทยิ้ม แล้วลุกขึ้นบอกจะรีบไปซื้อยาทานแก้ท้องเสีย ประมาณนั้น  เลยบอกอาร์ทพี่ฝากซื้อบ้าง ทานอาหารเรียบร้อย พวกเราขึ้นรถเดินทางไปด่านสะเดา มีผู้รู้จากหาดใหญ่บอกให้ฟังแล้วว่า ต้องใช้เวลานานมาก ก็เลยทำใจ พวกเราถึงด่านสะเดา เช็คเอกสาร โดยกรุ๊ปทัวร์จัดการให้แต่นานมาก จากนั้นเดินทางข้ามฝั่งไทย สู่ด่านนอกมาเลเซีย ทุกคนต้องลากกระเป๋าและสัมภาระไปเข้าคิว เตรียมทำพิธีการ อากาศร้อนมาก แถวยาวเหยียด เรายืนคุยกันไปเล่นกันไปตามประสา จนใกล้ถึงทางเข้า เบิ้ลก็ร้องเสียงดัง ดูพี่อาร์ทด้วย ดูพี่อาร์ทด้วย ทุกคนหันไปเห็น อาร์ทหน้าซีดตัวเหลือง เพื่อนผู้ชายก็วิ่งกรูกันเข้ามา ผู้เขียนสังเกตุเห็นว่าเท้าของอาร์ทไม่สามารถยันพื้นได้ เท้าของอาร์ทงอเหมือนสภาพคนช็อค ไม่น่าเป็นลมธรรมดา เจ้าป๊อกไวมาก กระโดดเข้ามาอุ้มไปวางไว้ที่โต๊ะข้างใน ช่วงนั้นชุลมุนมาก จำได้ว่าเพื่อนที่วิ่งเข้าไปคืออิ่ง เป็นพยาบาลถอดเสื้ออาร์ททันที ตามด้วยปุ๋ม ส่วนผู้เขียนตะโกนบอกพลอยซึ่งอยู่ด้านหน้าไปspeak กับเจ้าหน้าที่ พร้อมตะโกนเรียกหมอมนัสตลอดเวลา จนจำได้ว่าพี่นวยดุเบาเบาว่าไม่ต้องตะโกน ส่วนพลอยก็กระโดดเข้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่ โดยไม่ได้ใช้เอกสาร โดยแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าเรามีหมอมา เราจะให้หมอเราตรวจ เพื่อไม่ต้องให้เขาส่งอาร์ทเข้ามาเลเซีย จากนั้นคุณหมอมนัส ติดต่อโรงพยาบาลเอกชนที่หาดใหญ่ให้ ในช่วงที่เหตุการณ์ชุลมุนนั้น ต้องเคารพการตัดสินใจของเพื่อนคนหนึ่งซึ่งเขาไม่ต้องการให้เอ่ยชื่อ แต่ผู้เขียนรู้สึกว่าทราบซึ้งมาก ขณะเขียนยังรู้สึกน้ำตาคลอเบ้า นึกถึงผลบุญและกุศลดีของอาร์ทที่ได้ทำมาในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา  จำได้ว่าผู้เขียนกับอาร์ทกับเพื่อนหลายคนได้ไปทำความสะอาดลานวัด มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งมาถามอาร์ทว่า วัดนี้ชื่ออะไร แถมบอกเราด้วยความไร้เดียงสาว่า แม่หนูตาย พ่อหนูก็ตายตอนนี้ย่าหนูเฝ้าพ่ออยู่ ย่าหนูจะโทรศัพท์บอกญาติ  อาร์ทก็เลยบอกให้เด็กผู้หญิงพาไปดู แล้ววิ่งมาบอกว่า พี่คนตายนอนยังไม่ใส่โลงเลย แล้วย่าเขานั้งเฝ้าศพอยู่ เห็นบอกว่าเจ้าอาวาสจะเอาโลงเย็นมาให้ แต่รอตั้งแต่เช้าแล้ว นี่ก็บ่ายแล้ว จากนั้นอาร์ทก็วิ่งเอาข้าวไปให้เด็กหญิงและย่าของเด็ก จากนั้นเราทำความสะอาดต่อจนเสร้จ จึงเดินข้ามฟากไปที่เราจัดงาน  อาร์ทก็ยังกังวลกับเหตุการณ์นั้นอยู่ บอกพี่เรามาบริจาคเงินซื้อโลงให้พ่อของเด็กกันเถอะ อาร์ทยื่นเงินของอาร์ทออกมาผู้เขียนกบอกว่าเอายังงั้นเหรอได้ ผู้เขียนก็ชักเงินเข้ามาสมทบ และบอกว่าเดี๋ยวพี่เรี่ยไรให้ ผู้เขียนก็เรี่ยไรไป ส่วนอาร์ทก็ยังพึมพำเกรงใจเพื่อน ผู้เขียนก็เลยหยุดเรี่ยไร ได้เงินประมาณ 5,000 กว่าบาท ขอบคุณเพื่อนทุกคนที่ร่วมทำบุญในวันนั้น  และได้ส่งให้อาร์ทไปให้เด็กและย่า ผลบุญครั้งนี้อาร์ททำด้วยใจที่มีเมตตาจิตจากใจของอาร์ทเอง ด้วยกุศลจิตที่ดี โดยที่ไม่ได้รู้จักเด็กและย่ามาก่อนเลย  หรือตอนไปบ้านปะไรโหนก อาร์ทมองเห็นสายตาทุกข์ยากของชาวบ้าน ก็เข้ามากระซิบบอกอีกทำให้จุดเริ่มต้นของการบริจาคเริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
12
คุณปุ๋ม เพื่อนผู้ที่ได้เล่าเรียน หนังสือกับเรามาเพียงระยะเวลาไม่นาน แต่มีใจเมตตาเป็นหลักใหญ่ตัดสินใจ ไม่ไปกลับพวกเรา แต่ติดตามดูแลอาร์ทกลับไปส่งที่โรงพยาบาลนครินทร์ เหตุผลที่ผู้เขียนได้ฟังจากปากของเพื่อนผู้นี้แล้วทำให้ผู้เขียน ดีใจกับอาร์ทด้วยหมดความกังวลในตัวของอาร์ทไปได้ส่วนหนึ่ง และยิ่งรับรู้การดูแลที่พี่ปุ๋มดูแลอาร์ท เหมือนญาติสนิท เหมือนน้องชายคนหนึ่ง ยิ่งทราบซึ้งใจมาก รวมทั้งครอบครัวของปุ๋ม คุณตั๊ก น้องมิลล์ ซึ่งทุกคนพอทราบว่าคุณแม่ต้องนอนหาดใหญ่คนเดียว ทั้งที่ไม่ใช่คนที่นั้นและต้องดูแลคนป่วยด้วย พวกเขากลับส่งแรงใจสนับสนุน ทั้งที่ครอบครัวเป็นห่วงปุ๋มมาก แถมยังบอกด้วยว่า อาร์ทโชคดีที่ได้คุณแม่ช่วย เพราะคุณแม่ปุ๋มช่วยคนรอดทุกคน
ผู้เขียนรับรู้ได้ว่า ความเมตตา ความดี ความจริงใจของ เพื่อนปุ๋มครั้งนี้ ไม่ได้มีแต่ผู้เขียนคนเดียวที่ทราบซึ้ง แต่ผู้เขียนเห็นสายตาของเพื่อนทั้งรุ่น สจว 110 เป็นเหมือนกันหมดทุกคน รวมไปทั้งท่านอาจารย์  และยังเห็นท่าทีของเพื่อนต่างมีท่าทีที่รักกันมากขึ้น ขอบคุณเพื่อนปุ๋มอีกครั้งอย่างจริงใจ
14


ขอบคุณแทนน้องอาร์ทของเรา จากใจจริงจริง สำหรับครอบครัวสุดสงวน  ผู้มีจิตใจดีและงดงามมากมาก

ติดตามความสนุกของมาเลเซียวันที่ สอง...........

อีกนานแค่ไหน เราก็ยังเหมือนเดิม (สจว110)

ป้ายกำกับ:




.

... ไม่ จำเป็น หรอกคำสัญญา (มอง ที่ตา ก็เห็นหัวใจ)
เกิด มาเป็นพวกพันธุ์เดียวกัน (กอดคอกัน ละไปไหน ก็ไป)
สุข หรือทุกข์ ก็ไม่สำคัญ (ข้อ สำคัญ มันอยู่ที่ใจ)
ไม่ มีเงิน เราก็แบ่ง กันจน (เกิด เป็นคน ละไม่จน น้ำใจ)
( * ) วันนี้ วันไหน ดีร้ายเราจะไม่ทิ้งกัน
เมื่อไหน เมื่อนั้นถึงไหน ถึงกันละถึง ใจ
( ** ) เคยเป็นไงเราก็เป็นอย่างนั้น
เรารักกันไม่มีวันเปลี่ยนไป
เพื่อนเอยเพื่อนรัก เพื่อนเอยเพื่อนตาย
อีกนานแค่ไหน เราก็ยังเหมือนเดิม
.... ไม่จำเป็นหรอกคำสัญญา (มอง ที่ตา ก็เห็นหัวใจ)
เกิดมาเป็นพวกพันธุ์เดียวกัน (กอดคอกัน ไปไหน ก็ไป)
โน่น ภูเขา (จะลุย ก็ลุย) นั่น ทะเล (จะไป ก็ไป)
เหนื่อย ไม่กลัว (แต่กลัว ไม่มา) อยาก จะมา (มันก็ต้อง วัดใจ)
(*)
(**,**)
อีกนานแค่ไหน เราก็ยังเหมือนเดิม

STRUCTURAL MODEL OF TEAM COLLABORATION (สังขละบุรี)

ป้ายกำกับ:


collaboration

Dr. Norman Warner Naval Air Systems Command Human Systems Department
Patuxent River, MD และคณะ

รูปแบบของความร่วมมือที่จะเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพ  การทำความเข้าใจการดำเนินงานกลไกความรู้ความเข้าใจพื้นฐานการทำงานร่วมกันแบบทีม
จะต้องมีการกำหนดขอบเขตซึ่งครอบคลุมทุกองค์ประกอบที่สำคัญและกลไกของการทำงานร่วมกันเป็นทีม จะต้องกำหนดขอบเขตวิธีการที่จะอธิบายรูปแบบดังนี้:
(1) กำหนดขอบเขตปัญหาสำหรับรูปแบบ,
(2) กำหนดขั้นตอนการทำงานร่วมกันต่าง ๆ ที่ทีมงานจะต้องผ่านการแก้ปัญหาร่วมกัน,
(3) กำหนดกระบวนการ ความรู้ความเข้าใจที่ทีมจะต้องรู้ร่วมกัน
(4) กำหนดและอธิบายส่วนประกอบในการประมวลผลข้อมูลที่ทีมงานจะดำเนินการเพื่อให้บรรลุขั้นตอนการทำงานร่วมกัน
(5) กำหนดความรู้ที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุในแต่ละองค์ประกอบการประมวลผลข้อมูลและ
(6) กำหนดกลไกการสื่อสารที่ใช้โดยทีมงานที่จะสร้างความรู้ที่จำเป็นพร้อมกับสนับสนุนการประมวลผลข้อมูล

ส่วนประกอบของรูปแบบ (Model Component)
input ของ model  ปัจจัยแสดงข้อมูลทั่วไปที่จำเป็นต้องมีก่อนที่จะมีทีมทำงานร่วมกัน ข้อมูลนี้รวมถึงรายการต่างๆเช่น:
(1) คำอธิบายของงานปัญหาที่จะแก้ไข,
(2) ความเชี่ยวชาญสมาชิกในทีม,
(3) การจัดโครงสร้างองค์กร,
(4) บทบาทของสมาชิกในทีมและความรับผิดชอบและ
(5) เหตุการณ์ที่คาดการณ์ / ข้อมูลในอนาคต

Collaboration Stages and Cognitive Processes.
ขั้นตอนการทำงานร่วมกันและกระบวนการทางความรู้
รูปแบบนี้มีสี่ขั้นตอน  พึ่งพาซึ่งกันและกันจากความร่วมมือของทีม ขั้นตอนดังนี้:

  1. Team Knowledge Base Construction
  2. Collaborative Team Problem Solving
  3. Team Consensus,
  4. Product Evaluation & RevisionConsensus

Team Knowledge Base Construction
สร้างฐานความรู้เป็นขั้นตอนแรกในการทำงานร่วมกันเป็นทีม  และเริ่มต้นด้วยการระบุข้อมูลโดเมนที่เกี่ยวข้องจำเป็น  การเลือกสมาชิกในทีมที่ต้องการ ตั้งค่าสภาพแวดล้อมการสื่อสารที่จำเป็นในการแก้ไขปัญหา การพัฒนารูปแบบที่สมาชิกในทีมต้องการ จากปัญหาที่เกิดขึ้น,
และพัฒนาองค์ความรู้

ตอนต่อไป.............

งานวิจัยของสจว 110 (ลองคิดดู)

ป้ายกำกับ:

asean 12

สจว 110 ได้รับมอบหมายให้ทำวิจัย เกี่ยวกับสังขละบุรีโมเดล  ว่าด้วยเรื่อง รูปแบบความร่วมมือการพัฒนาข้ามแดนไทย-พม่า เพื่อมุ่งสู่ประชาคมอาเซียน ศึกษากรณี :ประยุกต์แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเครื่องมือ

การพัฒนาข้ามแดน (CBD: Cross Border Development)  กำลังเป็นปัจจัยเร่งด่วนที่นานาประเทศ เร่งที่จะดำเนินการให้เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศร่วมกัน เพื่อแชร์ทรัพยากร แชร์ข้อมูล และเพิ่มประสิทธิภาพการค้าขาย การอยู่ร่วมกันโดยได้รับประโยชน์ทั้งสองฝ่าย

โดยเฉพาะปัจจัยการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งจะเปลี่ยนมหาอำนาจโลกมาทางด้านเอซีย คือ จีนและอินเดีย การรวมตัวของประชาคมอาเซียน และการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอีก 3 ปีข้างหน้า แต่ละประเทศจะต้องมีแผนเชิงรุกเพื่อเพิ่มศักยภาพของตนเอง ขณะเดียวกันแผนตั้งรับอันเกิดจากข้อเสียในการไหลอย่างไม่เป็นระบบก็จำเป็นต้องทำอย่างรีบด่วน  งานวิจัยของสจว 110 ก็เป็นงานวิชาการที่จะต้องตอบโจทย์ของชาติให้ได้เช่นเดียวกัน ในเรื่องความร่วมมือการพัฒนาข้ามแดน ไทย-พม่า ให้เกิดเป็นแผนเชิงรุกและรับ ในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยได้รับความร่วมมือกันและสานประโยชน์ร่วมกันทั้งสองประเทศ

จากทฤษฎี  Frey, B.B., Lohmeier, J.H., Lee, S.W., & Tollefson, N. (2006). Measuring collaboration among grant partners. American Journal of Evaluation, 27, 3, 383-392.)

The five stages are described as:

level
         knowlage
ต่ำ 1. Networking-Aware of organization การสร้างเครือข่าย
-Loosely defined roles
-Little communication
-All decisions are made independently
   การศึกษา
   วัฒนธรรม
   เศรษฐกิจ
   สาธารณสุข
2. Cooperation-Provide information to each other การประสานงาน
-Somewhat defined roles
-Formal communication
-All decisions are made independently
   การศึกษา
   วัฒนธรรม
   เศรษฐกิจ
   สาธารณสุข
   การข้ามแดน
3. Coordination-Share information and resources การร่วมมือ
-Defined roles
-Frequent communication
-Some shared decision making
  การศึกษา
   วัฒนธรรม
   เศรษฐกิจ
   สาธารณสุข
   การข้ามแดน
4. Coalition -Share ideas แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
-Share resources
-Frequent and prioritized communication
-All members have a vote in decision making
  การศึกษา
   วัฒนธรรม
   เศรษฐกิจ
   สาธารณสุข
   การข้ามแดน
สูง
5. Collaboration-Members belong to one system การทำงานร่วมกัน
-Frequent communication is characterized by mutual trust
-Consensus is reached on all decisions
ร่วมทำข้อกำหนดร่วมกัน
ในทุกด้าน บนฐานของการใช้ประโยชน์ร่วมกัน

ถ้าเราลองศึกษาระดับความร่วมมือ  จะเห็นว่าในการพัฒนาความร่วมมือ จะต้องมีการวางแผนเป็นลำดับขั้น ก่อนที่จะได้รับความร่วมมืออย่างจริงจังทั้งสองฝ่าย เริ่มจากการสร้างเครือข่ายธรรมชาติ สร้างองค์ความรู้ที่ต้องการให้เครือข่ายได้รับ เช่นองค์ความรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  จากนั้นจากเครือข่าย จะเป็นรูปแบบของการประสานงาน จะเริ่มมีหน่วยงานที่รับผิดชอบมาเป็นหลักให้ โดยเริ่มมีข้อตกลงระหว่างเครือข่าย พัฒนาเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐในบริเวณชายแดน จนถึง การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อกำหนดข้อตกลงระดับชาติ พัฒนาสู่การทำงานร่วมกัน บนฐานการใช้ประโยน์ร่วมกัน  สู่การเปิดประตูชายแดนในที่สุด

ทำตัวเป็นนักคิดสักวัน

วันที่ 3 ของการดูงานภาคตะวันออก

ป้ายกำกับ:

วันนี้..(3 กุมภาพันธุ์ 2555) พวกเรารัปทานอาหารเช้าที่โรงแรม พร้อมหน้าพร้อมตา แต่เร่งรีบ เนื่องจากเมื่อคืน เป็น Back To School  สนุกกันเต็มที่ พวกเราเวลาทำงานก็เต็มที่ เวลางานเลี้ยงก็สุดมันส์

เต่า2

วันนี้เราเดินทางไปดูงาน กิจการของทหารเรือ ที่กองเรือยุทธการ รับฟังคำบรรยายสรุป ฟังจบก็อยากให้กองเรือยุทธการ มีเรือดำน้ำ เพราะมันมีค่ามากมหาศาล ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ และเป็นปฏิบัติการจิตวิทยา แต่อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่เรายังไม่มีเรือดำน้ำ เราก็ควรฝึกมาตรฐานเกี่ยวกับเรือดำน้ำให้แก่คนของเราก่อน เวลาซื้อมาแล้วจะได้ไม่ต้องใช้เวลามากในการฝึก หลังจากฟังบรรยายสรุป คณะของเราได้ไปวางพวงมาลาพระอนุสาวรีย์ พล.ร.อ พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ 

เต่า

จากนั้นเดินทางเข้าเยี่ยมชม ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล ฟังบรรยายสรุป และดูวีดีทัศน์ ขอชมเชยในการจัดทำวีดีทัศน์ เรื่องการอนุรักษ์เต่าทะเลได้ดีมาก  เป็นโครงการที่สามารถอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสร้างเครือข่ายการอนุรักษ์ได้ดี น่าจะมีการปรับพัฒนาเป็นการท่องเที่ยวในระดับชาติได้ทีเดียว จากการสังเกตุผู้เข้าเยี่ยมชมเป็นชาวไทย เป็นนักเรียน หรือเป็นคณะที่เป็นเป้าหมายของโครงการ เพื่อการอนุรักษ์พันธ์เต่า เราน่าจะพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้เชิงท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถเข้าชมได้สะดวก น่าจะเพิ่มมูลค่าได้อีกมหาศาล  พวกเรา 70 กว่าคน ก็ไปทำการปล่อยเต่า 1 ตัว

เต่า1

เต่า3
หลังจากรัปทานอาหารกลางวัน พวกเราก็ได้มีโอกาสทดลองนั่งรถสะเทินน้ำสะเทินบก เวลาอยู่บนบก ก็ดูสูงต้องปีนขึ้นไปนั่ง ทหารก็นำพวกเราแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ขับลงทะเล ก่อนลงก็เรียบชายฝั่งไป แล้วค่อยค่อยลงน้ำกลายเป็นเรือ  ผู้เขียนแรกแรกก็เกร็ง พอรถแล่นไปซักพักในทะเล ก็เหมือนนั้งเรือ จากนั้นก็กลับขึ้นบก เวลาลงนี่สิปปีนลงมายากหน่อย

เต่า5

สำหรับทริปนี้ เริ่มเดินทางวันที่ 1 - 3 กุมภาพันธุ์ 2555 ทุกอย่างเรียบร้อย และราบรื่นดี มีช่วงที่เราไปดูงานของ ดร.ถาวร พรประภา และทานอาหารเที่ยงฝนตกลงมาหนักมาก มีเพื่อนบางคนแอบกระซิบว่า ก็เมื่อคืน ท่าน(-X-) ร้องเพลงเย้ยฟ้านะสิ ฝนเลยตก

เต่า4

เตรียมตัว เตรียมพลัง เตรียมใจ

ไปสู้งานที่สังขละบุรีกันเถอะเพื่อนเพื่อน (และอาจาร์ย)

วันที่ 2......ของการเดินทางดูงานภาคตะวันออก

ป้ายกำกับ:

วันนี้ (2 กุมภาพันธ์ 2555) วันนี้เป็นวันที่ 2 ของการดูงานภาคตะวันออก และ คืนนี้เป็นคืนพิเศษสำหรับพวกเรา back to school

back2

เมื่อวานพวกเราแข่งกีฬากับมหาวิทยาลัยบูรพา  ผู้ชายแข่งบอล ผู้หญิงแข่งแชร์บอล ทุกคนร่วมมือร่วมใจกันมากเลย  ผู้เขียนก็แต่งตัวชุดกีฬาอย่างดี มาเป็นกำลังใจให้เพื่อนเพือน แต่ไม่ได้แข่ง หวาดกลัวว่ากระดูกไม่ค่อยจะอำนวย แต่ก็มีเพื่อนผู้หญิงหลายคน เป็นนักสู้ลงแข่งกับทีมนักกีฬาของมหาวิทยาลัยบูรพา  การแข่งขันจบด้วยดี โดยมีความสนุกของนักเชียร์ข้างเวที แต่ไม่รู้สนุกกับการเชียร์บอลหรือแชร์บอล หรือ อะไรมากมาย

back3

วันนี้ ช่วงเช้า เราเยี่ยมชมบริษัท ปตท  โรงแยกก๊าซธรรมชาติ  ปตท. เป็นผู้ประกอบการธุรกิจโรงแยกก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ในประเทศไทย โดยได้ก่อสร้างโรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 1 ที่ ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง  จากนั้น เราไปเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ ดร.ถาวร พรประภา ที่นี่ให้แง่คิดอะไรหลายอย่าง เช่นใบไม้ ที่ให้ความคิดได้หลากหลายแง่มุม ผู้บรรยาย บอกความหมายว่า ปู่ของเขาคิดให้มีใบไม้หลายใบ บริษัทของครอบครัวจึงแตกกิ่งสาขาออกไปเป็นบริษัทในเครือมากมาย  การค้าที่สายตายาวไกลของปู่ ที่คิดค้าขายกับญี่ปุ่น เนื่องจากญี่ปุ่นสุภาพและมีระเบียบ  ผู้เขียนเห็นการตกแต่งพิพิธภัณฑ์ ดูน่าสนใจ และเป็นที่ภาคภูมิใจของลูกหลานและวงศ์ตระกูล   จากนั้นทานอาหารเที่ยง นักกอลฟ์ก็เตรียมตัวไปเล่นกอลฟ์ ที่สยามคันทรีคลับ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสนามที่สวยแห่งหนึ่ง สำหรับผู้เขียนเอง ก็ยังรักสนามกอลฟ์หลังบ้านที่ระนอง เหมือนเดิม เพราะตีได้ทุกวัน

back1

เมื่อเข้าพักโรงแรม บางส่วนออกไปตรวจสภาวะการณ์ เพื่อเตรียมแต่งตัวชุดนักเรียนคืนนี้ ทุกคนต้องแต่งชุดนักเรียนมาในงาน และแล้วงานก็เริ่มทุกคนแปลงตัวเองเป็นนักเรียน เดินเข้างานแต่ละคนน่ารักมาก ตื่นเต้น ไม่สนใจพิธีกร ถ่ายรูปอย่างเดียว บางพวกก็สนุกกับนักเรียนหญิงโรงเรียนอื่นซะนี่ กว่างานจะเข้าที่  แต่ก็สนุกสนาน คาราบาวแป๊ะร้องเพื่อนก็กรี๊ด

back

แต่เมื่อพิจรณาโต๊ะอาจาร์ยแล้วดูไม่ค่อยมีความสุข สนุกเท่าที่ควร อันเนื่องมาจากความสนุกที่มากเกินควรของพวกเรา  การจัดงานเลี้ยงที่ดี ต้องให้แขกที่มาร่วมงานได้มีโอกาสแสดงออก อารมณ์ที่เขาชอบก่อน เช่นให้ท่านได้มีโอกาสร้องเพลง หรือเต้นรำ ท่านคงไม่มานั่งดูพวกเรากรี๊ดสลบได้นานหรอก ให้พวกท่านเหล่านั้นได้มีส่วนร่วมกับเราอย่างเป็นธรรมชาติ

งานคืนนี้สนุกสนาน กันเต็มที่ แต่อยากบอกเพื่อนทุกคนว่า เราควรสนุกพร้อมกับแขกของงานเราด้วย เพื่อนต้องสนุกในทิศทางเดียวกัน ต้องสังเกตุความรู้สึกของเพื่อนเรา แขกของเราด้วยว่าเพื่อนเราแฮปปี้หรือเปล่า ต้องแคร์ความรู้สึกของเพื่อนมากมาก ชีวิตเราสามารถที่จะทำเรื่องสนุกสนานได้อีกมากมายในชีวิต และสนุกได้มากกว่านี้ แต่การสนุกเต็มที่ด้วยความแฮปปี้ของทุกคนในสจว 110 พร้อมกันนะหายาก ยอมรับเถอะว่าเรามาเรียนที่นี่ ก็เพื่อต้องการเพื่อนใหม่ให้สิ่งดีดีกับชีวิตของเรา และเราจะเป็นสิ่งดีดีให้เพื่อนของเราด้วยเช่นกัน

ให้กำลังใจเพื่อน สร้างความสุขให้เพื่อน เมตตาและอภัย ให้กัน จะนำพาซึ่งความสุขมาให้เรา

Back To School ฝากข้อคิดไว้อีกมากมายในใจเพื่อนๆ

วันที่..1.....การเดินทางดูงานภาคตะวันออก

ป้ายกำกับ:

วัดโสธร

วันนี้ (1 กุมภาพันธ์ 2555 ) วันแรกของการดูงาน ภาคตะวันออก สำหรับทริปนี้ เรามีการดูงานด้วยกัน 3 วัน พักค้างคืน 2 คืน สำหรับวันนี้เป็นวันแรกของการเดินทาง ทุกคนมาขึ้นรถแต่เช้าเหมือนทุกครั้ง แต่ รวดเร็วกว่าเดิม เนื่องจากเกิดความชำนาญขึ้น ก่อนออกจากสถาบัน เรากราบขอพร ท้าวอสังยกะสูร เพื่อขอพรให้เดินทางด้วยความสวัสดิภาพ เช้านี้ เราออกจากกรุงเทพ มุ่งหน้าไปฉะเชิงเทรา เพื่อกราบไหว้ หลวงพ่อโสธร  เป็นวิธีการของสจว ที่ออกแบบทริปดูงานไม่ให้เคร่งเครียดมาก ในระหว่างสถานที่ดูงานที่เราจะต้องไปดู ถ้าผ่านสถานที่ท่องเที่ยวใดที่เป็นจุดสำคัญ และมีเวลาพอ ทางสถาบันก็จะจัดให้นักศึกษาได้มีโอกาสแวะเยี่ยมชม พวกเราลงกราบไหว้หลวงพ่อโสธร ขอพรกันถ้วนหน้า    ในโบสฐ์ใหม่ที่สร้างเสร้จ สวยงาม ผู้เขียนก็สวดมนต์อธิษฐานเสียงดัง คือเป็นเคล็ดลับอย่างหนึ่งนะ การสวดมนต์ขอพรพระต้องเปล่งเสียงออกมาให้ เทวดาที่รักษาองค์พระได้ยิน ห้ามสวดมนต์ในใจ ไม่มีใครได้ยิน และจิตเราเองก็จะไม่ได้ยิน เสียงขอพรของเราด้วย  ผู้เขียนรีบไปที่โบสฐ์เก่า เพื่อไปติดทองหลวงพ่อองค์จริง ตั้งใจจะไปขอพรโชคลาภจากหลวงพ่อสักหน่อย

วัดโสธร1

ออกจากวัดหลวงพ่อโสธร  (ถ้าถามชื่อจริงวัดจะตอบถูกไหมน้อ) มุ่งหน้าไปทางอำเภอพนมสารคาม ไปดูงานที่ค่ายทหารพัฒนา ได้รับการต้อนรับอย่างดี สำหรับหน่วยทหารหน่วยนี้พัฒนาจริงจริง เพราะมีรถสำหรับประกอบอาหาร รถสำหรับทำน้ำดื่ม  ผู้เขียนมาเรียนที่สถาบันแห่งนี้ งานหลักคือการดูงานกิจการทหาร ดูการใช้อาวุธของทหาร ดูการทำงานของทหารหลายหน่วย อาชีพทหาร ต้องฝึกและฝึก จากนั้นก็ช่วยเหลือพัฒนาความเป็นอยู่ประชาชน  ความรู้หลักที่ทหารมักต้องรับให้ทันสมัยคือ การใช้อาวุธสมัยใหม่  แต่เป็นที่น่าสังเกตุ ความรู้ใหม่ด้านการจัดการองค์กร นวัตกรรมบริหารใหม่ๆ เช่นแนวคิดการจัดทำยุทธศาสตร์ วิธีคิดให้ได้มาซึ่ง ยุทธศาสตร์ทางเลือก ศาสตร์ใหม่ ที่คนทั้งโลกต้องรู้ ทหารมีน้อยมาก เช่นพูดถึงกลยุทธ์ ทหารนึกถึง ซุนหวู่ ไม่นึกถึง โมเดลของ ไมเคิล อี พอร์เตอร์ หรือ นักกลยุทธ์อีกมากมายที่มีวิธีคิดหลากหลาย หรือแม้กระทั่งเรื่องไอที หรือเป็นวัฒนธรรมของทหาร ห้ามคิดนอกกรอบ ต้องปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด  อย่างไรก็ดี เราควรมี มหาวิทยาลัยของทหาร ที่ต้องผสมผสานศาสตร์หลายแขนง เข้าไปด้วยกัน อันเนื่องมาจากสงครามการรบเปลี่ยนไป จากสงครามที่ต้องใช้อาวุธห่ำหั่นกัน มาเป็นสงครามเศรษฐกิจ ซึ่งอาจทำให้คนทั่วโลกอดอยาก ถึงเวลานั้น เราคงต้องการให้ทหารซึ่งมีกองกำลังมากมาย ช่วยเหลือประชาชนอย่างไร  หรือสงครามที่เราต้องสู้กับธรรมชาติในเรื่องอุทกภัยต่างๆ 

หินซ้อน

จากนั้นเราเดินทางต่อไปที่ โครงการพระราชดำริ เขาหินซ้อน  ได้รับฟังคำบรรยายสรุป และการต้อนรับอย่างอบอุ่น หลังจากดูงาน ผู้เขียน มีข้อสังเกตุไว้ว่า ใครสนใจไหมว่า ทำไมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ท่านทรงมีดำริเปิดร้านภูฟ้า ท่านทรงให้ออกแบบร้านภูฟ้าของท่านอย่างงดงาม ทันสมัย และทำการตลาดง่ายง่าย  ร้านภูฟ้าของพระองค์ท่าน จะตั้งอยู่ในทำเลที่ดี และประชาชนให้ความสนใจมาก  เป็นความกรุณาของพระองค์ท่าน ท่านทราบดีว่าชาวบ้านที่ผลิตสินค้าในโครงการพระราชดำริต่างๆ ไม่มีโอกาสได้ขายสินค้าหรือโชว์สินค้าในช่องทางที่ลูกค้ามีกำลังซื้อ ท่านจึงทรงสร้างช่องทางจัดจำหน่ายที่มีพลัง เพื่อให้ชาวบ้านที่ผลิตสินค้าได้ดีและยั่งยืนสามารถเข้าถึงลูกค้าได้     พระองค์ท่านทรงเหนือชั้นในด้านการตลาดมาก      เราซึ่งเป็นราษฏรของท่านต้องสนองความคิดพระองค์ท่านให้ได้ การผลิตสินค้าใดจะต้องมีแพ็คเก็จจริงสวยงาม ให้ตรงตามความต้องการลูกค้า และผลักดันสินค้าของชาวบ้านให้สามารถเข้าไปขายในร้านภูฟ้าของพระองค์ท่านให้ได้ เพื่ออาชีพชาวบ้านจะยั่งยืน

หินซ้อน2

หินซ้อน3

ช่วงเย็นเราไปร่วมแข่งกีฬากับมหาวิทยาลัยบูรพา

วันต่อต่อไป สนุกสนานมาก Back To School

วันนี้...... วันแข่งกีฬาระหว่างวสท 53 กับ สจว 110

ป้ายกำกับ:


วันนี้ (25 มกราคม 2555 ) วันนี้ พวกเราใส่เสื้อสีส้มสดใส ครุมด้วยเสื้อสูทสีดำ เตียมพร้อมแข่งกีฬากับวสท. ชื่อเต็มวิทยาลัยเสนาธิการทหาร ซึ่งมีตึกเรียนใกล้ใกล้ กับเรา เป็นการแข่งขันเชื่อมสัมพันธ์ไมตรี อันเนื่องมาจากเราเรียนอยู่รั้วเดียวกัน คือสถาบันวิชาป้องกันประเทศ บก,กองทัพไทย


ช่วงเช้า เรียนวิชา สงครามการเมือง ผู้สอนคือ พันเอก ดร.ธีระนันท์ นันทขว้าง  น่าสนใจเพราะประเทศเราเกิดความขัดแย้งกันมานานเกินไปแล้ว อาจาร์ยวิเคราะห์ในเรื่องของเหตุการณ์ได้เยี่ยมมาก ผู้เขียนสนใจคำว่า Political Marketing ซึ่งจริงจริงแล้ว นักการเมืองใช้มานานแล้วแต่ยังไม่เป็นมืออาชีพ  เพิ่งจะปรับเปลียนรูปแบบ ตามที่ผู้เขียนสังเกตุ คือแผนโฆษณารณรงค์หาเสียงของ ทักษิณ ชินวัตร ในครั้งแรกที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีรอบแรก วางแผนทั้งแผ่นพับใบปลิว การนำเสนอสื่อ การทำกิจกรรมสอดคล้องรับกันมาก สังเกตุเห็นว่ามือวางแผนน่าจะเป็นทีมการตลาดของ ais สมัยนั้น lock specais มาเลยไม่ว่าไซค์ของสื่อ เช่นป้ายบิวบอร์ด และจุดติดตั้ง ปลดป้าย aisลง และติดป้ายหาเสียงแทน

ช่วงบ่าย มีการแข่งกีฬา แต่ฝนตกเสียก่อน พวกเรารออยู่นาน จึงเปลี่ยนแผนมาเล่นในห้องยิมก่อน คือกีฬาแบดมินตัน และ ปิงปอง สจว 110 มีเชียร์รีดเดอร์สาวสวย หนุ่มหล่อมากมายมาร้องเพลงเชียร์ กันสนุกสนาน หลังจากนั้นทำพีธีเปิด สจว 110 ก็เตรียมตัวเดินพาเหรดสวยงาม มีชุดคลีโอพัตรา กับโรมิโอ เสียดายฝนตกต้องเดินในห้องยิม รุจใส่ชุดโรมิโอ โชว์พุง ส่วนโจแต่งสาวเป็นคลีโอพัตรา สปิริตแรงมาก ตั๊กแตนใส่ชุดจีนสวยมาก อลังการงานสร้างจริงจริง สจว110

ฝนหายพวกเราลงไปแข่งฟุตบอล ผลัดกันยิงประตู แต่คนพากข์ของเราสิ น้องเบิ้ล พากษ์ได้มันและสนุกทำเอาหนุ่มวสท เกือบยอมแพ้ แต่แล้วก็มี เฮงแต้พานิช เข้ามาปราบเซียน ใช้ความเชื่องช้าสยบความรวดเร็ว ทำเอาน้องเบิ้ลของเราช้าลงได้สักประเดี๋ยวเดียว ชีคิดได้ว่าเป็นกลลวงก็เริ่มพากษ์ใหม่ด้วยความมันส์ พวกเราเล่นกันเต็มที่ พักครึ่งแรก บางคนมาเล่าให้ฟังว่า พี่ผมวิ่งไม่ถึงลูกบอลซักที เหนื่อยไปตามตามกัน จะเอาแรงที่ไหนมาเตะละ เมื่อคืนก็ดึก แถมเมื่อเช้ายังถกแถลงหน้าดำแดงด้วย

ระหว่างพักแข่งชักกะเย่อ ด้านวสท.ผู้ชายล้วนล้วน ด้านสจว 110 ผู้ชายปนหญิง ให้มีผู้หญิง 5 คน จะไหวหรือนี่ ผู้เขียนก็ลงแข่งกับเขาด้วย รู้สึกถึงแรงกระชากตัวจะปลิว สุดท้ายก็ล้ม กลัวเพื่อนจะแพ้รีบลุกขึ้นมา ครั้งนี้เราแพ้ ครั้งที่สองตั้งใจใหม่ ชนะแฮะ (สงสัยเขาอ่อย) ตัดสินด้วยครั้งที่สาม พอเสียงนกหวีดดังปี๊ด ตัวก็ลอยแล้ว แพ้แน่นอน

การแข่งขันมีอีกหลายอย่าง การโยนไข่ การโยนแตงโม สจว 110 โยน 3 ลูก แตกหมดทุกลูก แพ้อีกแล้ว สำหรับฟุตบอลสูสี โจทำประตูได้สวยงาม อาจาร์ยอ้ายเป็นโกที่มีสปิริตจริงจริง แค่ยืนก็เกือบบังประตูแล้ว ครึ่งหลังอาจาร์ยอ้ายป้องกันประตูสุดฤทธิ์ ทำให้ล้มท่าทางจะเจ็บ ถามหมอมนัสว่าเป็นอย่างไร หมอบอกว่าขับรถกลับบ้านได้วันนี้ แต่พรุ่งนี้ไม่รับประกันความปวด

หลังจากแข่งขันเรามีงานเลี้ยงร่วมกัน ทำให้เรารู้จักกันมากขึ้น พรุ่งนี้เราอาจจะเห็นวสท มาทานกาแฟตึกเราบ้างละ แต่ละฝ่ายเตรียมการแสดงมา เริ่มด้วย วสท ทุกคนประทับใจมากกับการแสดง โดยเฉพาะระนาดเอกของ ขุนอินทร์ ใส่แว่นดำออกมาตีระนาด เสื้อดำ เสียงระนาดเพราะมาก มืออาชีพจริงจริง       อาจาร์ยมนัส ของเรา  พันเอกมนัส ท่านเป็นผู้อำนวยการกองการศึกษา    และกำลังเรียนวสท รุ่น 53       เล่นระนาดได้เพราะจริงจริง ตอนเย็นก็ลงไปเตะฟุตบอลกับทีมด้วย ผู้เขียนรู้สึกว่าทหารส่วนใหญ่จะมีภาวะผู้นำสูง ไม่ว่าจะทำอะไรต้องมีส่วนร่วมทุกอย่าง

ดูการแสดงของวสท แล้วประทับใจเสียงระนาด การร้องเพลง การรำ อดคิดไม่ได้ว่าจะสู้เขาได้ไหมเนี่ย เมื่อถึงเวลา สจว 110 แสดงกลับน่ารักสดชื่น เพื่อนทุกคนตั้งใจแสดงอย่างดีในชุด รำอาเซียน เพียงถือธงออกมาก็น่ารัก นกยูงรำได้สวยน่ารัก อิ๋ง หนูแหม่ม พี่รัด สวยทุกคนและชุดที่ใส่ออกมาแต่ละชาติสวยงามมาก หนูปอของเรามาในชุดคล้ายกี่เพ้าแบบสิงค์โปร์น่ารักมาก อ้นก็สวย อุ๊ยสาวพม่าน่ารัก ส่วนผู้ชายก็น่ารัก พี่แดงเต้นได้ไงสวยดี เป็นภาพความประทับใจจริงจริง เบื้องหลังการแสดง อิ่ง อาจาร์ยแอ๋ว ซ้อมเต้นกันเต็มที่

วันนี้ทุกคนสนุกสนาน พรุ่งนี้เราต้องลงเตรียมงานที่รังสิตกันอีก แทบไม่ได้หายใจ วันนี้เล่าอย่างเดียวจริงจริง แค่เล่าเรื่องก็ยาวมากแล้ว

เมื่อมีความทุกข์ต้องรู้ว่าทุกข์อย่างไร ทนกับทุกข์นั่นได้

และเมื่อมีความสุขอย่าหลงติดว่าความสุขนั้นจะอยู่กับเรานาน

วันนี้.......วันแรกของการแถลงผลการรณรงค์ ที่รังสิต

ป้ายกำกับ:


วันนี้ (20 มกราคม 2555)  หวังว่าคงมี ใครบางคนรออ่านอยู่ วันนี้จะเขียนเรื่องอะไรดีน้า  เพื่อนบางคนอาจจะมาเรียน แต่ไม่ได้สังเกตุ ความเปลี่ยนแปลงบางอย่างของสิ่งรอบข้าง ผู้เขียนเป็นผู้ที่ชอบสังเกตุ ชอบดูความเปลี่ยนแปลงของกลุ่ม  เห็นบางเรื่องน่ารัก น่าจดจำ บางเรื่องเป็นประสพการณ์ชีวิต บางเรื่องเขียน
ออกมาไม่ได้   ก็เลยเขียนบันทึกไว้อ่านเตือนความจำ

ช่วงเช้าพวกเราเรียน จิตวิทยามวลชนกับการแก้ปัญหาความไม่สงบ เริ่มต้นด้วย ความขัดแย้งเกิดจากอะไร เกิดจาก ค่านิยมที่ต่างกัน การเปลี่ยนแปลงทางสังคม วัฒนธรรมที่ต่างกัน อุดมการณ์ที่ต่างกัน สังคมที่ต่างเผ่าต่างเชื้อชาติ ความตื่นตัวทางสังคม และอะไร อะไรอีกหลายอย่าง และเราต้องทำอย่างไรเพื่อหาข้อยุติ ความขัดแย้ง มีประเด็นจ่อหัวที่น่าสนใจว่า

"หากสามารถควบคุมจิตใจ หรือพฤติกรรมของคนได้ก็จะสามารถควบคุมได้ทั้งโลก" แล้วเราจะควบคุมจิตใจ และพฤติกรรมของคนได้อย่างไร  รู้สึกว่ายาก แล้วข้อขัดแย้งของสจว 110 เวลาเราประชุมกลุ่มเราจะยุติได้อย่างไรหว่า แต่ที่ผ่านมาแอบสังเกตุเห็นข้อขัดแย้งยุติตามธรรมชาติ คือ ด้วยเหตุและผลในตัวของมันเอง ผู้เขียนอยู่กลุ่มชุมชน เริ่มแรกเห็นข้อขัดแย้งบางอย่างในกลุ่ม แรกแรก ก็เหมือนกับจะหนักหน่วงเอาการ ต่างคนต่างหาเหตุสนับสนุนข้อคิดเห็นของตนเองเต็มที  แต่ช่วงหลังเริ่มสนับสนุนเหตุและผลในทิศทางเดียวกัน อันเนื่องมาจากนั้งประชุม มากกว่า 3 ชั่วโมง เริ่มเข้าใจประเด็นว่า พวกเรากำลังทำเรื่องเดียวกัน และเลือกเหตุและประเด็นที่ดีที่สุดและตรงที่สุด

ช่วงก่อนพักเบรค เกิดรู้สึกหิวน้ำเดินเข้าห้องเบรค ก็เจอความขัดแย้งโดยบังเอิญ ความขัดแย้งจากการแบ่งงาน หรือมอบหมายงาน อะไรสักอย่าง อยากจะบอกเพื่อนเพื่อนว่า ถ้าเราเหนื่อย ไม่ว่าจากเรื่องใด จากงาน จากความไม่สมหวังจากสิ่งที่เราคาดหวัง หรือจากที่เราต้องการให้เป็นเช่นนั้นแล้วไม่เป็น หรืออะไรอีกหลายหลายอย่าง ทำให้เราเหนื่อย หรือ ไม่สบอารมณ์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย  ลองพักดูก่อนไหม หรือลองทำใจให้มันเป็นเช่นนั้นเองก่อนดีไหม ไม่ต้องรีบเร่ง ไม่ต้องยอดเยี่ยมมาก จนกดดันพวกเรามาก อย่าจดจำอารมณ์ที่ไม่ดีต่อกัน ลืมมันซะ แล้วลองทบทวนใหม่ เราอาจจะหัวเราะในท่าทีของแต่ละคน ผู้เขียนยังขำตัวเองไม่หายทุกคืน บางทีก็แอบยิ้มคนเดียวเวลานึกถึงท่าทีของตัวเองที่เปลี่ยนแปลงไป และขอเป็นกำลังใจให้กับเพื่อน เพื่อน เพราะบอกได้เลยว่า เพื่อนเป็นผู้ที่เอาจริงเอาจังกับงานที่ได้รับมอบหมายมาก มิตรภาพที่ดี และความรักที่เรามีให้ต่อกันยังมีอีกหลายกิจกรรม

วิชานี้แอบสังเกตุ เพื่อนช่วงเช้ารู้สึกเหนื่อยจากเมื่อวาน ตัวรับค่อนข้างขาดประสิทธิภาพ อาจาร์ยก็สอนแต่ทฤษฎี ทั้งแบบนำเสนอก็เป็นตัวหนังสือล้วน ช่วงเบรค ลองใช้วิชาที่เรียนเข้าไปปจว อาจาร์ยดีกว่า ตามแนวทางที่ผู้เขียนถนัด (ไม่บอกว่าถนัดเรื่องใด ) ทำให้อาจาร์ยก็สดชื่น มีกำลังใจสอนต่อและใกล้เคียงเรื่องที่พวกเราควรเรียนรู้และสามารถนำไปใช้ได้ และเป็นการส่งสาร(สื่อสาร)อย่างหนึ่ง 

ช่วงบ่าย มีการแถลงผลงานกลุ่ม เสียดายเข้าห้องเรียนช้าไปหน่อย แต่ทันการนำเสนอของกลุ่มผู้เขียน มิเสียแรงที่นั่งประชุมระดมสมองมากกว่า 3 ชั่วโมง พวกเราเริ่มเห็นเค้าร่างของงานมากขึ้น

พี่แดง ขอบคุณที่ทักทาย และถามไถ่ว่าเป็นอย่างไร  สบายดีคะกำลังใจเข็มแข็ง


กว่าจะมาเป็น   แผนการรณรงค์พื้นที่เทศบาลนครรังสิต สถานการณ์น้ำ(!!!)จริงจริง

วันที่......ว่าด้วยการประชุมระดมสมอง สัมมาทิฎฐิ

ป้ายกำกับ:


วันนี้ (19 มกราคม 2555) ว่าจะไม่เขียน บันทึก เพราะรู้ด้วยปํญญาญาน ว่าเพื่อนเพื่อนจะเริ่มเบื่อหน่าย ว่าเขียนทำไมนักหนา แต่การเขียนหนังสือก่อนนอนมันเป็นอาชีพเสียแล้ว เพื่อนเอ๋ย ถ้าไม่เขียนเรื่องกิจกรรมที่เจอมา ก็มักเขียนเรื่องท่องเที่ยว เรื่องธรรมะบ้าง เรื่องมนุษย์ต่างดาวบ้าง เรื่องมหัศจรรย์ของสิ่งที่ได้พบเจอ   ถ้ากระนั้น ก็ทนอ่านไปก่อน หรือไม่ก็เปิดผ่านไปซะ

เข้าเรื่องเรียนดีกว่า วันนี้สจว 110 ช่วงเช้าได้รับความรู้จาก อาจาร์ยธีรพงษ์ สุวรรณโณ บรรยายเรื่อง จิตวิทยากับการสร้างความเข็มแข็งของสังคมไทย ท่านมีความรู้เรื่องจิตวิทยาดีมาก บรรยายเกี่ยวกับจิตวิทยาไว้ได้ชัดแจ้ง สิ่งที่มีอิทธิพลสูงต่อเรามากคือ เราเชื่อว่าอย่างไร บางความเชื่อเป็นจริงและบางความเชื่อไม่เป็นจริง แต่เราก็จะเลือกสิ่งที่เราเชื่อ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะจริง หรือไม่จริง

จากความเชื่อ สู่ความคาดหวัง สร้างความจริง  อันนี้เป็นจริง ผู้เขียนประสพกับตนเอง ถ้าคุณเชื่อว่า และคาดหวัง สิ่งนั้นเกิดขึ้นจริง

ช่วงบ่าย แต่ละกลุ่มแยกกันระดมสมอง เพื่อทำแผนงานปฏิบัติการจิตวิทยาที่รังสิต สำหรับกลุ่มผู้เขียน เป็นเรื่องชุมชน เนื่องจากพวกเรามีภาระหน้าที่กันมาก จึงทำให้ต้องนั่งรอเพื่อนที่จะเข้ามาระดมสมอง เป็นชั่วโมง และเมื่อเพื่อนๆ เริ่มทยอยเข้ามา ก็เริ่มการระดมสมอง

การประชุมกับผู้คนที่มาจากวัฒนธรรมต่างกัน วิธีการคิด การถ่ายทอดความคิดต่างกัน ดูวุ่นวายสับสนน่าดู และค่อนข้างเครียด กว่าจะได้แต่ละหัวข้อ ทำให้นึกถึง

ท่านวชิระเมธี ท่านกล่าวว่า สัมมาทิฐิ ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า "right view" แปลว่ามีความเห็นชอบ 

ส่วนท่าน ติช นัท ฮันห์ ใช้คำว่า "right understanding"  แปลว่า มีความเข้าใจถูกต้อง นั้นคือเราจะทำสิ่งอะไร เราต้องรู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร เราทำเพื่ออะไร และ ต้องรู้จักตัวเองอย่างดีที่สุด จากนั้นก็ควรรู้ "สิ่ง"ที่เรากำลังทำ กำลังเข้าไปเกี่ยวข้อง มีความสำคัญอย่างไร เพราะเมื่อรู้ถูกต้อง ก็ทำถูกต้อง

ท่านวชิรเมธี กล่าวว่า โสเครตีสคือตัวอย่างของบุคคลที่เริ่มต้นทำทุกอย่างด้วย การ "สร้างสัมมาทิฎฐิ" ก่อนเสมอ โสเครติส จะเริ่มต้นด้วย"นิยาม" ความหมายของสิ่งที่ต้องการกล่าวถึง เพื่อไม่ให้การสนทนานั้นกลายเป็นเรื่องนอกประเด็น และต้องจับประเด็นให้ชัด ก็จะทำให้เราทำทุกสิ่งทุกอย่างอย่างชัดเจน ตรงประเด็น ตรงเรื่อง ตรงวัตถุประสงค์ ไม่เฉออกนอกเรื่อง นอกหน้าที่

ระหว่างประชุม มีอาจาร์ยเดินเข้าเดินออก หลายท่าน สีหน้าอาจาร์ยแต่ละท่านเรียบเฉย เดาไม่ออกว่าท่านคิดอย่างไร (ทำไมถึงอยากรู้ว่าท่านคิดอย่างไร) พวกเราเองบางท่านยังสับสน กับนิยามศัพท์ที่ อาจาร์ยสอน เจนคติ ความล่อแหลมของเป้าหมาย ความอ่อนไหวของเป้าหมาย  ประสิทธิภาพของเป้าหมาย และอีกหลายคำนิยาม แต่ก็สนุกดี เราระดมสมองกันจนเย็น  บอกได้คำเดียวว่า "การฟังและยอมรับความคิดเห็นผู้อื่นเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องมีในกลุ่มประชุม" บางหัวข้อก็ถกแถลงกันนานมาก บางหัวข้อก็ถกไปนอกประเด็น ซะงั้น ข้อน่าสังเกตุ คือต้องให้เกียตริในความคิดของแต่ละบุคคล บรรยากาศการประชุมก็สำคัญ การประชุมของภาคเอกชน จะต่างจากทหารโดยสิ้นเชิง การแสดงความเห็น การให้ข้อสังเกต และการเลือกหัวข้อสำคัญ การตัดสินใจ จะเป็นอิสระมากกว่า

สำหรับวันนี้ก็ได้แอบเห็นท่าที่ ของแต่ละท่าน เครียด และเริ่มมีอาการเบื่อหน่าย เป็นประสพการณ์อีกรูปแบบหนึ่ง ได้เห็นท่าที่ของผู้ที่แสดงตนว่าเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ภูมิปัญญาดี จะบอกว่าเป็นการประชุมที่หาข้อยุติได้ยากมากทีเดียว
วันพรุ่งนี้คงเห็นการแบ่งงานกันทำชัดเจน ใครทำอะไรที่ไหนอย่างไร แต่ละกิจกรรมมีเหตุผลอย่างไร ทำไมต้องทำ และกิจกรรมใดเป้นปจว กิจกรรมใดเป็นกิจกรรมเสริมเพื่อ สร้างแรงขับเคลื่อนในการปจว  ใครต้องรับผิดชอบงานใดคงชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อนทุกคนพร้อมทำงาน ลุยกันเถอะ

สจว110 พึงระลึกว่าเกียรติยศ ทรัพย์สิน ฐานะทางสังคม ไม่จีรังยั่งยืนกว่ามิตรภาพที่ดี

วันที่..........ลงเก็บข้อมูลที่รังสิต

ป้ายกำกับ:


วันนี้ (17 มกราคม 2555) วันนี้พวกเราลงพื้นที่รังสิตเก็บข้อมูล เพื่อเตรียมทำงานรณรงค์ฟื้นฟูพื้นที่รังสิต พวกเราถูกแบ่งเป็นสองพวก คือชุมชน กับโรงเรียน ผู้เขียนอยู่กลุ่มชุมชน ก็คงต้องเขียนและเล่าเกี่ยวกับชุมชน  รถออกจากสจว ประมาณ  8.00 น


เริ่มขึ้นรถก็เริ่มฮา เพราะท่าน(ผู้พิพากษา) คุณเล็ก เธอเป็นเนวิเกเตอร์ ได้เนียนมาก จนเพื่อนบนรถฮาสนุก รวมทั้งคุณณะสมบัติ คนขับรถ(ชื่อสมบัติ) ก็พลอยสนุกกับเรา สำหรับรถต้องขอบคุณน้องธเนศ ที่อาสานำรถมาบริการพวกเรา ถึงเทศบาลรังสิต เทศบาลจัดเตรียมต้อนรับพวกเราที่ ห้องประชุม มีท่านนายกเทศมนตรีรังสิตมานำเสนอเรื่องราวและยุทธศาสตร์ของรังสิต รวมทั้งปัญหาที่เกิดน้ำท่วมครั้งนี้ นำเสนอได้ดี มองเห็นภาพ สรุปปัญหาที่น่าสนใจหลายประเด็น

ชีวิตกับความสะดวกสบาย ชาวรังสิตเสียชีวิตเพราะถูกไฟฟ้าช็อต ถึง 7 ราย 3 ราย รอดเพราะใกล้หมอ เมื่อไฟฟ้าทำการดับไฟ ชาวบ้านก็ร้องขอและบ่นว่าดับทำไม หรือเมื่อไฟฟ้าไม่มาตัดไฟชาวบ้านก็ว่าทำไมไม่มาตัดไฟอันตราย และเนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่เดินไฟโดยไม่มีการวางแผนแยกคัดเอาท์ไฟ เมื่อเกิดน้ำท่วมทำให้แยกสวิสท์ไม่ได้ สรุปเราควรจริงจังกับการวางแผนการใช้ไฟของแต่ละบ้านให้ถูกต้อง ให้มีวินัยของการใช้ไฟ ต้องใช้ระบบแยกส่วน ต้องรณรงค์เรื่องการเดินไฟให้ชัดเจน และแจ้งให้ทราบถึงการปฎิบัติอย่างไรกับไฟฟ้าเมื่อเกิดน้ำท่วม

น้ำขาด  ทั้งที่ประปาไม่มีการตัดน้ำ ชาวบ้านติดน้ำขวด ต้มน้ำกินเองไม่เป็น หรือไม่เชื่อมั่นในระบบน้ำปะปาจึงไม่กล้ากินน้ำปะปา

การอพยพ การเตือน การส่ง sms ถึงชาวบ้าน ซึ่งชาวบ้านไม่ค่อยเชื่อ เช่นกลุ่มวัยทำงานเป็นกลุ่มแรกที่อพยพออกมาจากพื้นที่ และกลุ่มสุดท้ายกับกลายเป็นคนแก่ คนพิการ และพบผู้ป่วยเรื้อรังเยอะมาก ทำให้การอพยพลำบากมากขึ้น

นอกจากนี้ยังให้ข้อสังเกตุว่าเราใช้ทรัพยากรและบริหารจัดการน้ำ สูญเสียเยอะมาก  การให้ข่าวสารข้อมูลที่สามารส่งถึงเป้าหมายคือประชาชนค่อนข้างลำบาก และการแปรความหมายข่าวสารที่ได้รับของประชาชนไม่แม่นยำ ต้องใช้ความระมัดระวังมากในการให้ข้อมูล

สุดท้ายคือเรื่องของขยะ ขยะเพิ่มขึ้นจากเดิม จากวันละ 150 ตัน เป็น 300 ตัน เพิ่มเป็นเท่าตัว

จากนั้นเราแยกย้ายกันลงพื้นที่ กลุ่มชุมชน รวมตัวกันที่ศาลาประชาคม ส่วนโรงเรียนรวมตัวกันที่โรงเรียน ทุกคนได้รับมอบหมายแบ่งกลุ่มเดินเพื่อลงเก็บพื้นที่ สำหรับชุมชน เราแบ่งพื้นที่ เป็น 6 กลุ่ม 6 ซอย ต้องขอบคุณน้องเชล์ของเรา ทำหน้าที่ลงพื่นที่และประสานงานกับชุมชนให้เราบางส่วนแล้ว จากนั้นพวกเราแยกย้ายกันทำงาน สำหรับผู้เขียน ซอย 4 เดินกัน 4 คน มีแนะและอี๊ด  พี่ใหญ่และผู้เขียน พวกเราตั้งใจเก็บข้อมูลจริงจริง เดินเกือบทุกซอย ผ่านในซอย 4 ชาวบ้านให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามมาก บางคนเล่าเรื่องราวให้ฟังอย่างอัดอั้น น่าสงสาร บางท่านก็บอกว่าทำใจได้ และเตรียมซื้อเรือและเครื่องเรือใหม่ บางคนต้องการให้หาอาชีพให้เขามาทำที่บ้าน ฟังแล้วใจหาย พวกเขาเล่าถึงความรู้สึกลำบาก เงินทุกบาทที่เขาหามาได้หมดไปกับการกั้นน้ำ เพราะเชื่อว่ามันจะกั้นน้ำได้อยู่ หลังน้ำท่วมไม่เหลืออะไรเลย เงิน 5,000 บาทที่รัฐชดเชยให้ไม่สามารถทำอะไรได้เลย

เจอคุณยายท่านหนึ่งท่านเล่าให้ฟังว่า สามีท่านเสียชีวิตขณะน้ำท่วม ผู้ที่ให้การช่วยเหลือท่านตลอดคือทหาร ระหว่างเล่าท่านมีสติกลั้นน้ำตา แต่แววตาท่านกลับมีความหวังเมื่อกล่าวขอบคุณทหารและยกย่องชมเชยทหารที่ให้การช่วยเหลือชุมชน แววตาท่านไม่แสดงความท้อแท้แม้ว่าคุณตาจะจากไป รู้สึกอบอุ่นใจในการช่วบเหลือของทหาร ผู้เขียนใช้ไอโฟนและบอกคุณยายว่าขออัดเสียงคุณยายพูดถึงทหารหน่อย คุณยายตั้งใจพูดชมเชยทหารเสียงดังมาก

การลงพื้นที่ในวันนี้ ทำให้ผู้เขียนได้ประสพการณ์ชีวิตเพิ่มขึ้นมาอีก มีความรู้สึกตลอดเวลาว่า คุณค่าของเงินมีมากเหลือเกิน สำหรับผู้ประสพภัย ทำให้รู้สึกว่าตัวเราเอง เพื่อนพ้องเราใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายหรือเปล่า บางบ้านไม่มีเงินจะรักษาลูกสาวที่เป็นไทรอย และการเข้าถึงข้อมูลของรัฐน้อยมาก

ข้อสังเกตุ ทุกบ้านบอกว่าได้คุยบ้างก็จะดี และยังไม่มีใครเคยเข้ามาสอบถามหรือพูดคุยกับพวกเขาเลย สจว 110 วันนี้ได้ปฏิบัติหน้าที่ได้คุ้มค่าแล้วสำหรับวันนี้ การพูดคุย การรับฟังเรื่องราวความทุกข์ ผ่านความทุกข์ยากนั้นมาสู่คนแปลกหน้าซึ่งไม่ใช่ญาติพี่น้อง เป็นความเห็นอกเห็นใจ ส่งกลับไปยังชาวบ้านที่ประสพภัย ทำให้ทุกข์นั้นน้อยลง มองความทุกข์เป็นเรื่องธรรมดาโลก วันนี้เราผ่องถ่ายความทุกข์นั้นมาแล้ว จากการสังเกตุรอยยิ้มบนใบหน้า การนำน้ำมาให้เรา การนำร่มมาให้เรากาง เรียกเราว่า ไอ้หนู อย่างเอ็นดู

หลังจากน้นเดิน กลับศาลาประชาคม โดยทางลัด นำโดยแนะและอี๊ด ระหว่างทางก็วัดระดับน้ำไปเรื่อย ถึงศาลาประชาคม ทุกกลุ่มกลับมาแล้ว เหลือกลุ่มเรากลุ่มเดียว ก็มีการวางแผนงาน ถกแถลงกันต่อ ตามหน้าที่ และบุคคลิกภาพของแต่ละคน ล้วนแล้วปรารถนาให้งานออกมาดี

สำหรับวันนี้ ขอเขียนขอบคุณน้องปอของเรา เป็นน้องที่น่ารักมาก ปอดูแลพวกเราตลอด แม้กระทั่งตอนพี่เดินไปเก็บข้อมูล ปอยังต้องทำหน้าที่เก็บขยะเก็บจาน เช็ดโต๊ะ ข้าวก็ทานยังไม่ทันหมดกล่อง ซอย 3 ไปหมดแล้ว ปอติดรถไปกลับซอย 4 บอกไปกับเราก็ได้ ก็ไม่ยอมด้วยเหตุผลคือต้องช่วยซอย 3 เราเพราะมีหน้าที่  อดทนมากสำหรับน้องปอของเรา

อยากบอกเพื่อน เพื่อนว่า งานวันนี้สำเร็จด้วยใจไปเกินครึ่งแล้ว


วันที่................วันไหว้ครูของสจว 110

ป้ายกำกับ:


วันนี้ (16 มกราคม 2555) วันนี้พวกเราสดชื่นมากันแต่เช้า เตรียมกายใจ มาระลึกถึงพระคุณของคุณครูของเรา ครูของเรา (สจว 110) ท่านเป็นทหารทุกคน แต่เป็นทหารที่มีความเป็นครูจริงจริง ในหน้าที่ของทหารท่านเป็นแบบอย่างที่มีวินัย ระเบียบ อดทน รักษามารยาทตามแบบทหาร เคารพให้เกียตริกันตามหลัก
อาวุโส

ในบทบาทของความเป็นครูท่านสอนลูกศิษย์ (สจว 110) ด้วยความเมตตา กรุณา อดทนอดกลั้นกับลูกศิษย์ ครูของเราบางท่านอายุน้อยกว่าพวกเรา หรือบางทีอาจจะอายุใกล้เคียงไล่เรียงกับเรา  แต่พวกเราสจว 110 ให้ความเคารพท่านเหล่านั้นด้วยความจริงใจ ด้วยความรัก ความเคารพ แบบศิษย์พึงมีให้อาจาร์ย อันเนื่องมาจาก ความเป็นครูของพวกท่านเหล่านี้ ที่มีให้กับพวกเราสจว 110นั้นงดงามอย่างที่ยากจะบรรยาย ความรู้สึกได้ แต่รู้ว่าพวกเราสจว 110 รักและเคารพครูของเราทุกท่านมาก

ครู

ครูของเราไม่เคยหย่อนยานในหลักการของครู เพื่อจะได้ทำอะไรได้สะดวกขึ้น แม้ว่าครูจะทราบดีว่า สิทธิของแต่ละบุคคลย่อมแตกต่างกันไปในเหตุการณ์ที่ต่างกัน ท่านต้องใช้ความอดทน ที่ปรับให้ศิษย์อย่างพวกเรา สจว 110 ปฏิบัติตามแนวความคิดของสถาบัน คอยเอาใจใส่ คอยช่วยเหลือ เฝ้ามองอยู่ห่างห่าง ด้วยความรักและห่วงใย

ผู้เขียนเข้ามาเรียนที่สถาบันแห่งนี้ แรกแรก จะอึดอัดมาก อันเนื่องมาจากพิธีการ และการปฎิบัติตัวเคร่งครัดแบบทหาร ที่สจว 110 ต้องอยู่ในระเบียบในกฏกติกา ในคณะเดียวกันสถาบันต้องการความคิดแบบการสร้างสรร การคิดนอกกรอบ เพื่อผสมผสานให้เกิดนวัตกรรมใหม่ใหม่ แต่ก็สามารถเรียนไปได้เนื่องจากมีครู(ทหาร) คอยให้คำแนะนำดูแลเกื้อกูลอย่างใกล้ชิด

เช้านี้ คนแรกของรุ่นที่เจอคือพี่อ๋อย เตรียมพวงมาลัยดอกมะลิ มาครบ 73 คนเพื่อให้เราได้ไหว้ครูของเรา แต่ที่ แปลกประหลาด คือ พี่พลของเรา ท่านประดิษฐ์ดอกกล้วยไม้สำหรับติดหน้าอกครูมาอย่างสวยงามทีเดียว ทำไมพี่พลต้องเลือกกล้วยไม้ด้วยต้องถามพี่พลนะ

ครู2

บรรยากาศ เริ่มด้วยการอ่านคำกลอนสดุดี ครูของเรา โดยอาจาร์ยแอ๋ว และประธานรุ่น ดอกเตอร์เอก นำสวดทำนองเสนาะ ขึ้นด้วย "ปัญญา วุฒิ..................................."  เพราะมาก แล้วเราก็ร้องเพลง พระคุณที่สาม จากนั้นนำพวงมาลัยเข้าไปกราบไหว้อาจารย์ และอวยพรให้ท่าน ครูของเราท่านปลื้มมากยิ้มแย้มแจ่มใส อย่างมีความสุข สุขใดจะเท่ามีลูกศิษย์สจว 110 ที่น่ารักอย่างพวกเรา


จากเชอรรี่


>>ความเป็นครู<<
ครู คือผู้ชี้ทางสร้างชีวิต ครูคือมิตรที่แท้จริงอิงแก่นสาร
ครูคือปราชญ์ผู้แผ้วผ่องก่องตระการ ครูคือมารดรบิดาผู้อารี

เพราะมีครูจึงมีคนที่พ้นทุกข์ เพราะมีครูจึงมีสุขเกษมศรี
เพราะมีครูจึงมีค่าน่ายินดี เพราะมีครูเราจึงมีชีวิตงาม

>>ว.วชิรเมธี
บรรยายแก่ครูโรงเรียนวิถีพุทธ กรุงโคเปนเฮเก้น ประเทศเดนมาร์ค 
(วันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๔)

กราบขอบพระคุณครูของสจว 110 ทุกท่าน



ความปิติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด........สำหรับพี่สจว109

ป้ายกำกับ:


cats


วันนี้ (15 มกราคม 2555 วันอาทิตย์) อยากเขียนอะไร สักอย่างเพื่อขอบคุณรุ่นพี่ สจว 109 ที่ท่านตั้งใจจัดงานรับน้องให้พวกเรา สจว.110 ได้อย่างอลังการ และทราบซึ้งใจรุ๋นน้อง สจว 110  พวกเราทราบดีว่า การรวมตัวกันหลังจากเลิกเรียนไปแล้วค่อนข้างลำบาก เนื่องจากแต่ละท่านต้องมีภาระหน้าที่ มากมาย น้องน้องได้เห็นความพร้อมเพรียง ความตั้งใจของรุ่นพี่ การวางแผนงานที่กว่าจะมีวันนี้ได้ ตวามตั้งใจการจัดทำข้อมูลนำเสนองานทั้งวิชาการ  และข้อเสนอแนะมากมายที่ให้กับรุ่นน้อง     ซึ่งไม่น่าจะยากสำหรับรุ่นพี่สจว 109  แต่สิ่งที่แอบสังเกตุเห็น คือการนำเสนอเช่นไร จึงจะทำให้รุ่นน้องสจว110 ซึ่งมั่นใจในศักยภาพตนเอง  มองเห็นคุณค่า งานยิ่งใหญ่ที่พี่พี่ตั้งใจมอบให้ และสืบทอดปณิธารของรุ่นพี่ต่อรุ่นน้องส่งผ่านรุ่นต่อต่อไป ได้อย่างงดงามเหมือนที่รุ่นพี่ทำไว้ นี่สิยากกว่า

คำกล่าวที่ว่า ความสุขมีอยู่ทั่วไปในสิ่งต่าง ๆ ในความรัก ในการแบ่งปัน แต่เหนือสิ่งอื่นใด มันอยู่ในความสงบของใจ เมื่อเรารู้ว่าเราได้พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อทำในสิ่งที่ดีงาม ยิ่งใหญ่ แบ่งปันให้กับน้อง ความสุขที่แท้จริงมาจากสิ่งซึ่งไม่อาจมีใครช่วงชิงไปจากเราได้

การที่รุ่นพี่สจว 109 ได้พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อทำในสิ่งที่ดีงาม ยิ่งใหญ่ แบ่งปัน เป็นความปิติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ไม่มีใครเอาไปจากพี่สจว 109 ได้ ความทรงจำนี้ตรึงใจแน่นในสจว 110

ขอบพระคุณจริงจริง และอยากให้ดังดัง ไปถึงใจชาวสจวทุกรุ่นคะ

ผู้เขียนเชื่อว่า

ความปิติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการได้ทำเพื่อคนอื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน



สจว110 จะขอตอบแทนด้วยการสืบทอดสิ่งดีงามของพี่ส่งผ่านรุ่นน้องสจวสืบต่อไป

วันที่ ............ งานรับน้องของสจว 110 จัดโดย รุ่นพี่สจว 109

ป้ายกำกับ:


วันนี้ 12 มกราคม 2555  วันนี้พวกเราถูกกำหนดให้ทำงานตั้งแต่ 8 โมงเช้า รวมกลุ่มระดมสมอง ทำงานตามที่อาจาร์ยมอบหมาย ในวิชาการปฏิบัติการจิตวิทยา โดยมีกรณีศึกษา  เกี่ยวกับการก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  โดยแบ่งความรับผิดชอบเป็น 3 กลุ่ม และให้ดำเนินการวางแผนการปฎิบัติการจิตวิทยา   จากนั้นให้ทำการนำเสนอผลงานของแต่ละกลุ่ม

ทุกคนถูกดึงศักยภาพทางด้านความคิด ออกมาอย่างเต็มที่ โดยมีกรอบรูปแบบของแนวทางการปฏิบัติการจิตวิทยา ตามที่อาจาร์ยสอน ผู้เขียนมีโอกาสได้เห็นวิธีคิดที่หลากหลายของเพื่อนเพื่อน วิธีการสรุปแนวคิดของเพื่อนหลายหลายคน ตามแนววิธีกรอบการทำงานเดิมของแต่ละหน่วยงาน จากพื้นฐานข้อมูลด้วยวิธีคิดการทำงานเดิม  กว่าจะรวบรวมสังเคราะห์เป็นข้อมูลสุดท้าย เล่นเอาเหงื่อแตกทั้งกลุ่ม บางทีถกแถลงเหมือนจะเอาเป็นเอาตาย แต่พอได้ข้อมูลมาก็หัวเราะแจ่มใส

อย่างไรก็ตามผู้เขียนแอบแวบคิดไปถึง เครื่องมือคุณภาพ ที่ใช้สังเคราะห์ข้อมูล ถ้านักศึกษาทุกคนมีโอกาสได้เรียนรู้เครี่องมือคุณภาพในการสังเคราะห์ข้อมูล ในวิธีเดียวกัน รูปแบบเดียวกัน การสังเคราะห์ข้อมูลน่าจะง่าย และ ข้อมูลที่ได้อาจจะแม่นยำมากขึ้น

จากนั้นก็ นำเสนอ แต่ละกลุ่มแสดงศักยภาพของแต่ละกลุ่มอย่างเต็มที่ แต่ก็ยังมีงง มึนมึนบ้างเพราะเป็นเรื่องไกลตัว (เรื่องใกล้ตัวคืองานประจำ) ทั้งห้องค่อนข้างเครียดเอาจริงเอาจัง กับปัญหาข้างหน้า แต่ก็จบลงด้วยดี พร้อมเตรียมทำงานของจริง ในการปฏิบัติการจิตวิทยา ที่รังสิต

ภาคบ่าย เริ่มกิจกรรมรับน้อง  โดยรุ่นพี่สจว 109 ชื่อนี้ตรึงใจตลอดไป


01

ก่อนกิจกรรมจริงเริ่ม รุ่นพี่ก็จะเล่าประสพการณ์ให้น้องน้องฟัง ว่าระหว่างเรียนรุ่นพี่บริหารทั้งการเรียน การทำกิจกรรม การวางแผนการเงินของรุ่น รวมทั้งการดูแลความเป็นอยู่ของรุ่นอย่างไรให้เพื่อนเพื่อนมีความสุขกินดีอยู่ดี อิ่มจังตังค์จ่ายน้อย  และงานวิชาการซึ่งต้องวางแผนให้เป็นงานวิชาการที่โดดเด่น เป็นผลงานของรุ่น และ สร้างชื่อเสียงให้กับสถาบันจิตวิทยาความมั่นคงของเรา  ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับพวกเรามาก สจวแต่ละรุ่นจะรักกันมาก และเครือข่ายของสจวแข็งมาก 

จากนั้นกดดันอีกนิด สำหรับงานวิชาการ สำหรับรุ่นพี่ สจว 109  โมเดลน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งมีโอกาสทูลเกล้านำเสนอต่อ สมเด็จพระเทพรัตนสุดา ถือเป็นเกียรติประวัติ แก่สถาบันจิตวิทยาความมั่นคงมาก และคาดหวังว่าสจว 110 รุ่นน้องต้องทำโมเดลที่ดีขึ้นกว่า รุ่นพี่สจว 109

02 

นาทีระทึกเริ่มแล้ว รุ่นพี่ สจว109 จะรับน้องพวกเรายังไงเนี่ย ตื่นเต้น จะไม่ตื่นเต้นได้ไง สำหรับผู้เขียนกิจกรรมรับน้องผ่านมาตั้ง 30 กว่าปีแล้ว ไม่เคยเป็นน้องให้ใครรับเลย  ดูอาการพวกเราก็ 55555  พวกเราทุกคน ได้รับมาร์คสำหรับปิดตาคนละอัน ให้พวกเราใส่ปิดตาและเอามือเกาะหลังเพื่อนเดินตามกันเป็นแถว ระหว่างเดินทางก็ได้ยินเสียงเป็นลูกโป่งแตกบ้าง เสียงขัดสีอะไรสักอย่าง ด้านล่างก็นิ่มนิ่ม เดินบางทีก็เจอลูกโป่ง เป็นที่สนุกสนานของพี่พี่ แต่ใจหายใจคว่ำของรุ่นน้อง เดินได้สักระยะรุ่นพี่ ก็จัดแถว ให้พวกเรานั่งลง ห้องเงียบบรรยากาศเย็นสบาย

จากนั้นเสียงกล่อมทำนองเสนาะก็ดังขึ้น เมื่อเสียงจบลง ทุกคนถูกสั่งให้เปิดตา ขอขอบพระคุณรุ่นพี่ 109 จริงจริงและจากใจ ความผูกพัน ความเป็นพี่น้องแน่นแฟ้นมากขึ้น   จากภาพด้านหน้าที่ผู้เขียนเห็น   บายศรีอลังกาห์ สวยงามมากตั้งอยู่หน้าพวกเรา นักจัดทำบายศรีระดับชาติ ชินกร ไกรลาศ ศิลปินแห่งชาติ บรรยากาศงานบายศรีสู่ขวัญ ขลังยิ่งหนัก เมื่อเริ่มพิธี ด้วยพลังใจ พลังความคิด และยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าสิ่งใด คือพลังความรักที่มีต่อสถาบันของรุ่นพี่ สจว 109  จากนั้นก็มีการผูกข้อมือโดยอาจารย์ของสถาบันจิตวิทยา เมื่อเสร็จพิธีจากงานบายศรีสู่ขวัญ ก็มาถึงงานเลี้ยง

05

งานเลี้ยงวันนี้ มีสจวรุ่นพี่หลายรุ่นมาร่วมงาน รุ่นสจว53 เป็นรุ่นอาวุโสที่สุด และมีอีกหลายรุ่นมากมาย เช่น 108 ,107, 106 อีกหลายรุ่นมาร่วมรับน้อง โดยมีสจว109 เป็นเจ้าภาพ ขอบอกว่าอลังการอีกแล้ว อาหาร เครื่องดื่ม จัดเต็ม จนรุ่นน้องเริ่มคิดว่า รับน้องรุ่น 111 จะทำได้ดีกว่านี้หรือเปล่า พวกเราสนุกสนานเสียงดังมากไปหน่อยทำเอารุ่นพี่ ตระหนกไปหมด แม้รุ่นพี่ร้องเพลงก็ยังไปช่วยร้อง อาจาร์ยร้องเพลงก็ยังคิดช่วยร้อง อยากกระซิบบอกสจว 110 ว่าเราจะมี Thank day หรือเปล่า หรือรุ่นพี่จะตกกะใจไม่กล้ามา เพราะน้องเสียงดังแถมรวมตัวแน่นเหลือเกิน ลืมไปว่าคืนนี้พี่สจว 109 ท่านเป็นเจ้าภาพ ท่านต้องแสดงบทบาทของท่านได้เต็มที่ แต่น้องสจว 110 เพิ่งเรียนปจว ผ่านไปแวบแวบ เลยปจวรุ่นพี่ รวมทั้งอาจาร์ยเสียเลยคืนนี้ ต้องขออภัยพี่พี่ทุกคนนะคะ แต่อยากจะบอกว่า น้องสจว110 อยากแสดงให้พี่เห็นว่า พวกเรารักรุ่นพี่สจว109คะ 

04

06

นอกจากนี้รุ่นพี่แต่ละรุ่นก็แสดงความีน้ำใจกับรุ่นน้อง ด้วยการมอบสิ่งของไว้สำหรับน้องน้องเพื่อใช้ในระหว่างการศึกษา ทั้งห้องอบอวลด้วยความรักระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง ด้วยการมอบกุหลาบให้กัน แอบเห็นผู้สังเกตุการณ์ มองพวกเราด้วยสายตางวยงง มันอะไรกันสจว 110 แปลงกายเป็นเด็กอายุ 14-15ปี  แต่เรียนให้ทราบพวกเราทำตามบทบาทหน้าที่ และด้วยความรักในหน้าที่จริงจริง ในห้องประชุมระดมสมองพวกเราจะเป็นพวกถกแถลง เอาจริงเอาจังกับการสังเคราะห์ข้อมูลและวางแผน แต่คืนนี้เรามีบทบาทเป็นน้องใหม่ ที่สดใส เฟรชชี่ ต้องแรง  งานรับน้องคืนนี้เป็นความทรงจำที่ดีของสจว 110

07

ขอบพระคุณรุ่นพี สจว109 และรุ่นพี่สจวทุกรุ่นคะ